วัดมหาธาตุ

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ถนนนิกรบำรุง เลขที่ ๑๗ ในเขตเทศบาล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับที่ดินเอกชน ทิศใต้ติดต่อกับคลองตลุก ทิศตะวันออก ติดต่อกับถนนนิกรบำรุง ทิศตะวันตกติดต่อกับที่ดินเอกชน

ความเป็นมา

วัดมหาธาตุสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๒๖ โดยพระเจ้าเพชรบูรณ์ เจ้าเมืองเพชร- บูรณ์ ตามการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ซึ่งได้พบลานทองจารึกในพระเจดีย์องค์ ใหญ่เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐ และยังเป็นวัดที่ได้รับการบำรุงจากเจ้าเมืองให้เจริญรุ่งเรืองพอสมควรใน สมัยนั้นและสมัยต่อมา เพราะปรากฏว่ามีโบราณวัตถุสถานที่เป็นศิลปสมัยสุโขทัยและอู่ทอง หลัง จากนั้นวัดนี้มีสภาพเป็นวัดร้าง มีพระสงฆ์จำวัดมาบ้าง ไม่มีบ้างสลับกันจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ใน ช่วงที่มีสภาพเป็นวัดร้างนี้ เล่ากันว่าเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๒๑๘ เจ้าพระยาจักร์ (สมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) กับเจ้าพระยาสุรเสียง (กรมพระราชวังบวรสุรสิทธิ์) ยกทัพไป รบกับพม่าที่เมืองพิษณุโลก ได้นำไพร่พลมาทางเมืองเพชรบูรณ์และกระทำพิธีบวงสรวงเพื่อชัย ชนะที่วัดมหาธาตุ นอกจากนั้นในช่วงนี้ทางราชการยังใช้เป็นสถานที่ประหารนักโทษสำคัญอีกด้วย

ต่อมาภายในปี พ.ศ. ๒๘๔๗ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพขณะแรงประทับอยู่ที่เมือง เพชรบูรณ์มีรับสั่งให้พระยาเพชรรัตน์ (เพื่อง) เจ้าเมืองเพชรบูรณ์เกณฑ์ผู้คนบูรณะวัดมหาธาตุครั้ง ใหญ่ ครั้นสมัยรัชกาลที่ ๖ ในราวปลายปี พ.ศ. ๒๔๕๓ มีพระราชพิธีราชาภิเษกทรงรับน้ำจาก หัวเมืองต่าง ๆ โดยเจ้าเมืองเพชรบูรณ์ได้นำน้ำจากสระมนในวัดมหาธาตุไปด้วย สมัยต่อมาวัดได้ รับการทะนุบำรุงและบูรณะจากทางราชการและประชาชนจนได้รับพระมหากรุณาชีคุณโปรด เกล้า ฯ ให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕

ทรัพย์สิน

ที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๗ ไร่ ๓ งาน ๓๓ ตารางวา นอกจากนั้นยังมีปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุ ของวัดดังนี้คือ

พระอุโบสถ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖ กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร และผูกผ้าธสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗

พระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ก่อด้วยอิฐ บูรณะโดยกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐ พระ เจดีย์องค์นี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและอัฐิชาดุของพระองค์ข้าง และยังบรรจุพระเครื่อง แบบต่าง ๆ ตลอดจนวัตถุโบราณอื่น ๆ เช่น ตุ๊กตาแบบจีน รูปปั้นต่าง ๆ และลานทองคำจาก นอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์สร้างด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ ปัจจุบันเหลือแต่ฐานและพระเจดีย์ก่ออิฐ ฉาบปูนมีลวดลาย ๒ องค์ สร้างสมัยสุโขทัยตอนปลาย ตั้งอยู่หน้าพระอุโบสถหลังปัจจุบัน

กุฎิสงฆ์จำนวน ๑๓ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กก่ออิฐถือปูน ด้านหลัง ครึ่งตึก ครึ่งไม้ ๓ หลัง และไม้เนื้อแข็ง ๑ หลัง ลักษณะเป็นทรงไทยทั้งหมด

พระวิหาร โรงเรียนพระปริยัติธรรมและฌาปนสถานสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

ศาลาการเปรียญและศาลาธรรมสังเวชสร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง

พระพุทธรูปสมัยอู่ทองตอนต้น ๒ องค์ เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย หน้า ตักกว้าง ๓๖ นิ้ว องค์แรกประดิษฐานเป็นประธานในพระอุโบสถ ถวายนามว่า "หลวงพ่องาม" องค์ที่ ๒ ประดิษฐานในพระวิหาร ถวายนามว่า "หลวงพ่อเพชรมีชัย"

ใบเสมาส อัน สกัดจากหินทราย ขนาดสูง ฯ ศอก หนา & นิ้ว กว้าง ๒๐ นิ้ว คงสร้างสมัยพระเจ้าเพชรบูรณ์เป็นเจ้าเมือง

นอกจากนั้นมีศิลาจารึกด้วยอักษรโบราณและธรรมาสน์เทศน์ มีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. สร้างปี พ.ศ. ๒๔๕๓ เพื่ออุทิศถวายรัชกาลที่ ๕

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

วัดมหาธาตุมีการศึกษาพระปริยัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๓ ทั้งนักธรรมและบาลี ต่อมาได้ หยุดไประยะหนึ่งจนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้มีการฟื้นฟูการศึกษาขึ้นอีกจนถึงปัจจุบัน การศึกษา ทั้งแผนกธรรมและบาลีอยู่ในระดับดี การเผยแพร่พระพุทธศาสนา แสดงออกด้วยการเทศนา ปาฐกถาและบรรยายธรรม เป็นต้น และยังส่งเสริมให้มีการจัดงานเพื่อรักษาประเพณีวัฒนธรรม อีกด้วย

การบริหารและการปกครอง วัดนี้ได้จัดระเบียบการปกครองในรูปคณะบริหาร โดยมีเจ้าอาวาสเป็นประธานคณะบริหาร รองเจ้าอาวาสเป็นผู้บริการฝ่ายการปกครอง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสเป็นผู้บริหารฝ่ายการศึกษาการเผยแผ่และ การสาธารณูปการและลดหลั่นลงมาจนถึงหัวหน้าคณะ และเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ ทั้งนี้โดยมีระเบียบ การบริหารและระเบียบคณะบริหารวัดมหาธาตุ เพชรบูรณ์ พุทธศักราช ๒๕๒๔ เป็นหลักถือปฏิบัติ นับแต่วัดมหาธาตุได้สร้างมาจนถึงประมาณปี พ.ศ. ๒๔๓๐ ไม่ปรากฏนามเจ้าอาวาส หลัง จากนั้นมาพอจะสืบทราบได้มีดังนี้ ๑. พระอาจารย์มี .ศ. ๒๔๓๐-๒๔๓๖ หลังจากนี้มีพระภิกษุจำพรรษาบ้างไม่มีบ้างสลับกัน พระอาจารย์คง พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๔๖๒ ๓. พระอาจารย์ทองดี พ.ศ. ๒๔๖๒-๒๔๖๔ ๔. พระอาจารย์มิ่ง พ.ศ. ๒๔๖๔-๒๔๘๒ ๕. พระอาจารย์เรียบ พ.ศ. ๒๔๖๗-๒๔๖๙ ต่อจากนี้วัดร้างไป ปี ๖. พระอาจารย์สำเริง หลวงปราบ พ.ศ. ๒๔๗๑-๒๔๗๒ ๗. พระปลัดคำภา พ.ศ. ๒๔๗๔-๒๔๗๘ ๘. พระอาจารย์แดง พ.ศ. ๒๔๗๙-๒๔๘๑ ๙. พระวินัยธรรม (แพ ธมฺมธริโก) พ.ศ. ๒๕๘๓-๒๕๒๓ ๑๐. พระศรีพัชโรคม พ.ศ. ๒๕๒๔ จนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ มีพระภิกษุ ๕ รูป และสามเณร ๔๑ รูป.