วัดพระพิเรนทร์

วัดพระพิเรนทร์ ตั้งอยู่เลขที่ ๓๒๖ ถนนวรจักร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรู นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สังกัดมหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน อาณาเขต ด้านกว้างประมาณ ๒ เส้นเศษ ติดต่อกับที่เอกชนและตึกแถวเอกชนบนฝั่งถนนหลวง ด้านยาวประมาณ ๓ เส้นเศษติดต่อกับตึกแถวเอกชนบนฝั่งถนนวรจักรและที่เอกชน

ฟื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบสูง มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า อยู่ทางทิศตะวันออกของ คลองโอ่งอ่าง มีถนนทางคมนาคมสะดวก บริเวณวัดมีกำแพงกั้นเขตเป็นสัดส่วน ภายในวัด มีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ อุโบสถกว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๒๓ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๓๑ มีเฉลียงด้านข้างและมุขหน้าหลังล้อมด้วยเสา ๓๔ ต้น ประตู ๔ ช่อง หน้าต่าง ๑๐ ช่อง แกะสลักลงรักปิดทอง มีซุ้มพระพุทธรูปประทับยืนด้านหน้าและหลังอุโบสถ กุฎิสงฆ์จำนวน ๑๒ หลังเป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น ๖ หลัง อาคารไม้ ๒ ชั้น ๓ หลัง อาคารไม้ชั้นเดียวยกพื้น ๓ หลัง ศาลาการเปรียญ วิหาร ศาลาบำเพ็ญกุศล ๔ หลัง ฌาปนสถาน ปูชนียสถานมีพระประธานในอุโบสถ ปางมารวิชัย หน้าตัก ๑ เมตร พระพุทธรูปในอุโบสถมีปางห้ามญาติ ๒ องค์ ปางห้ามสมุทร ๒ องค์ ปางประทานพร ๑ องค์ ปางอุ้มบาตร ๑ องค์ พระพุทธรูปประทับนั่ง ปางสมาธิ ๕ องค์ ปางมารวิชัย ๑ องค์ ที่ซุ้มด้านหน้าอุโบสถปางลีลา ด้านหลังปางรำพึง ที่ศาลาการเปรียญมีพระพุทธรูปปางสมาธิ ๒ องค์ ที่วิหารมีหลวงพ่อคำ ปางมารวิชัย

วัดพระพิเรนทร์ เป็นวัดโบราณไม่ทราบนามวัดเดิม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายประมาณ พ.ศ. ๓๐๐ หรือก่อนนั้นไม่ปรากฏนามและประวัติผู้สร้าง ต่อมาเมื่อสมัยรัชกาลที่ ๓ ประมาณ พ.ศ. ๒๓๗๕ พระพิเรนทรเทพ (ขำ ณ ราชสีมา) เจ้ากรมพระตำรวจ บุตรเจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอินทร์ ณ ราชสีมา) ได้มาทำการบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก วัดนี้จึงได้มีนามว่า "วัดขำเขมการาม" ครั้น พ.ศ. ๒๔๑๑ รัชกาลที่ ๔ ทรงแปลงนามวัดเป็น "วัดขำโคราช" ใช้มาจนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๓๐ จึงได้มีนามใหม่ว่า "วัดพระพิเรนทร์" ทั้งนี้คงเรียกและใช้กันตามนามบรรดาศักดิ์ของผู้ที่บูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่นั่นเอง

นับจาก พ.ศ. ๒๔๘๐ หลังจากพระมหาปู่ขุน (พระเทพคุณาธาร) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้ว ได้มีการบูรณะพัฒนาวัดอีกครั้งหนึ่ง จนอาคารเสนาสนะมั่นคงเรียบร้อยดีแล้ว จึงได้ประกอบพิธียกป้ายชื่อวัดขึ้นสู่ขุมประตูวัดเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐ โดยใช้นามว่า "วัดพระพิเรนทร์" เป็นนามที่ถูกต้องมาจนตราบเท่าทุกวันนี้

วัดพระพิเรนทร์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๓๐ ในด้านการศึกษา ทางวัดจัดให้มีการสอนพระปริยัติธรรมเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๘ แผนกธรรมขณะนี้มีนักธรรม แยกเป็นพระภิกษุรูป สามเณร ๓๐๐ รูป ธรรมศึกษา ๑๕๐ คน แผนกบาลีพระภิกษุ ๕๐ รูป สามเณร ๒๕ รูป ในด้านการสาธารณสงเคราะห์ได้จัดตั้งทุนนิธิเผาศพอนาถา และทุน มาปนกิจสงเคราะห์อีกด้วย

เจ้าอาวาส มี ๖ รูป คือ รูปที่ ๑ พระอธิการไกร รูปที่ ๒ พระอธิการเอี่ยม รูปที่ ๓ พระอธิการเทศ พ.ศ. ๒๔๒๐-๒๔๓๗ รูปที่ ๔ พระอธิการเหม พ.ศ. ๒๔๓๗-๒๔๕๘ รูปที่ ๕ พระอธิการปอ พ.ศ. ๒๔๕๘-๒๔๗๒ รูปที่ ๖ พระเทพคุณาธาร (ผล ชินปุตโต) พ.ศ. ๒๔๗๒- ๒๘๑ รูปที่ ๗ พระราชวรมนี พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕ รูปที่ ๘ พระครูปลัดสมัย พ.ศ. ๒๕๒๐ -๒๕๒๒ รูปที่ ๙ พระครูวรกิจวิจารณ์ อายุ ๕๕ ปี พรรษา ๕๓ ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๒ จนถึงปัจจุบัน

ขณะนี้วัดพระพิเรนทร์ มีพระภิกษุจำพรรษา ๕ รูป สามเณร ๓ รูป ศิษย์วัด ๒๕ คน.