วัดทอง แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน

วัดทอง ตั้งอยู่เลขที่ ๑๗ กลองบางเชือกหนัง หมู่ที่ ๘ แขวงบางเชือกหนัง เขตคลองชัน กรุงเทพมหานคร สังกัดคณะสงฆ์มรรนิการ มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑ ไร่ ๕๖ ตารางวา เขตทิศเหนือยาว ๑๖๐ เมตร ติดต่อกับทางสาธารณะ ทิศใต้ยาว ๑๖๒ เมตร ติดต่อกับคลองบางเชือกหนัง ทิศตะวันออกยาว ๘๐ เมตร ติดต่อกับคูน้ำ ทิศตะวันตกยาว ๘๒ เมตร ติดต่อกับที่เอกชน ที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๓ แปลง เนื้อที่ ๕ ไร่ ๑๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๕๔, ๑๕๒, ๑๐๐๕๔

เป็นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมคลองบางเชือกหนัง ในฤดูฝนน้ำในคลองจะขุ่น แวดล้อมไปด้วยสวนและบ้านเรือนประชาชน

การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยใช้เรือเป็นพาหนะสำคัญ อาคารเสนาสนะมี อุโบสถกว้าง ๓ เมตร ยาว ๑๔ เมตร ซ่อมแซม พ.ศ. ๒๕๑๔ กุฏิสงฆ์จำนวน ๑๒ หลัง หอสวดมนต์กว้าง ๓ เมตร ยาว ๗ เมตร ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๐ เมตร ได้ซ่อมแซม พ.ศ. ๒๔๗๖ วิหาร อาคารเรียนพระปริยัติธรรม ศาลาบำเพ็ญกุศล หอระฆัง ฌาปนสถาน สำหรับปูหนิยวัตถุพระประธานในอุโบสถน้ำตัก ๑.๕ เมตร สร้างมาจากศิลปะแบบสมัยอยุธยาพร้อมกับพระอัครสาวก เจดีย์ องค์

วัดทอง ชาวบ้านเรียกว่า "วัดทองบางเชือกหนัง" สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๕๐ ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๓ แต่มาเสร็จเรียบร้อยในสมัยรัชกาลที่ ๔ โดยมีนายทอง ธูปทอง เป็นผู้สร้าง ตามประวัติเล่าว่า สามคนพี่น้องเมื่อเสร็จจากปราบข้าศึกต่างก็ได้สร้างวัดขึ้นคนละวัด เป็นการสร้างบุญล้างบาปชำระใจให้สะอาดจากที่ได้ไปศึกมา คนหนึ่งสร้างวัดเกตุ อีกคนหนึ่งสร้างวัดสิงห์ ซึ่งทั้งสองวัดได้เป็นวัคระร้างอยู่แล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งก็คือนายรอง รูปทอง ได้มาสร้าง "วัดทอง" นี้ เกี่ยวกับนามวัดทั้ง ๓ วัด คงขนานนามตามชื่อผู้สร้างทั้งหมด วัดทองได้รับพระราชทานวิสุงคามสมามาเต่เดิมประมาณ พ.ศ. ๒๓๕๑

เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๘ เมตร การศึกษา ทางวัดจัดให้มีการสอนพระปริยัติธรรมเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๕๐๑

ซึ่งได้มี นักธรรมจนถึงขณะนี้พระภิกษุ ๑๕ รูป สามเณร ๑๕ รูป เจ้าอาวาส มี ๖ รูป คือ รูปที่ ๑ พระครูปราจิณบุนี รูปที่ ๒ พระอธิการแจ้ง รูปที่ ๓ พระแม้น รูปที่ ๔ พระครอง รูปที่ ๕ พระเชวง รูปที่ ๖ พระกรวิชิตภารการ อายุ ๕๕ ปี เพรษา ๓ รักษาการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๑ ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ในปี พ.ศ. ๒๕๐๔ และดำรงตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบัน ขณะนี้วัดทองมีพระภิกษุจำพรรษา ๑๖ รูป สามเณร ๔ รูป สินธ์วัด ๓ คน.