วัดชลประทานรังสฤษดิ์
วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ตั้งอยู่เลขที่ ๘๙ ถนนติวานนท์ หมู่ที่ ๑ ตำบลบางหลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สังกัดคณะสงฆ์ธรรมกาย มีที่ตั้งวัดเนื้อที่ ๔ ไร่ ๒ งาน ๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๘๒๔, ๓๘๐๗, ๓๘๐๘, ๓๘๐๕, ๓๘๑๐ และ ๓๘๔ อาณาเขต ทิศเหนือ ยาว ๒๘๒ วา ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ทิศใต้ยาว ๒๘๘ วา ติดต่อกับโรงเรียนชลประทาน- วิทยา ทิศตะวันออกยาว ๗ วา ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ทิศตะวันตกยาว ๑๐๗ วา ติดต่อ กับถนนติวานนท์ ที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๖ ไร่ ๓ งาน โฉนดเลขที่ ๑๐๗๕
เป็นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่มแวดล้อมด้วยป่าไม้ล้มลูกและป่าไม้ยืนต้น มีถนนติวานนท์ เป็นทางเข้าติดต่อได้สะดวก ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ดังนี้ อุโบสถกว้าง เมตร ยาว ๔๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓ กุฎิสงฆ์ จำนวน ๑๓๘ หลัง มีทั้งที่เป็นอาคารไม้ อาคาร คอนกรีต ชั้นเดียวและสองชั้น ศาลาการเปรียญ ศาลาบำเพ็ญกุศล ศาลารับแขก ณาปนสถาน หอระฆัง โรงเรียนพุทธธรรม ศาลาอบรมกรรมฐาน สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานใน อุโบสถองค์ใหญ่ ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง ๒ เมตร ออกแบบและสร้างโดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี พระพุทธรูปปางลีลา พร้อมกับพระอัครสาวก อยู่ที่โรงเรียนพุทธธรรมชั้น
วัดชลประทานรังสฤษดิ์ สร้างขึ้น โดยการรวมเอาวัดโบสถ์และวัดเชิงท่าเข้าด้วยกัน และ ย้ายมาสร้างขึ้นใหม่ได้นามว่า "วัดชลประทานรังสฤษดิ์" โดยมีกรมชลประทานเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งหมด เหตุผลที่ย้ายเนื่องจากกรมชลประทานมีที่ดินด้านตะวันตกติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา มี วัดโบสถ์และวัดเชิงท่าขวางอยู่ ทำให้ขยายสถานที่สร้างท่าเรือไม่สะดวก จึงได้แลกเปลี่ยนและ ย้ายวัดทั้งสองวัดมาสร้างขึ้นใหม่ ทางทิศตะวันออกถนนติวานนท์ ที่ตั้งอยู่ในปัจจุบัน การย้าย วัดเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๙-๒๕๐๒ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้ทำพิธีเบิกวัดมอบถวาย สังฆิกเสนาสนะ ในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ ในพิธีมีสมเด็จพระสังฆราช(อยู่ ญาณโทย) วัดสระเกศ ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ฝ่ายฆราวาส มีจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อ่านพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับการย้ายวัด ประกาศแก่พระสงฆ์และประชาชนทั้งปวงทราบโดยทั่ว
กัน วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสมะเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘ เขตวิสุงคามส์มากว้าง ๓๖ เมตร ยาว ๕๑ เมตร ได้ประกอบพิธีผูกพัทธสมาเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ อนึ่ง วัดโบสถ์และวัดเชิงท่าอ่อนซื้อยกเป็นรักชลประทานรังสฤษดิ์นั้น จะสร้าง ขึ้นเมื่อใดและใครเป็นผู้สร้างไม่ทราบแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นมานานกว่า ๑๐๐ ปี ขึ้น ไป กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศรวมวัดทั้งสองเป็นวัดเดียวกันและให้ย้ายมาสร้างวัดใหม่มี นามว่า "วัดชลประทานรังสฤษดิ์" เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๐
การศึกษา
วัดจัดให้มีการสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุสามเณรเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๓ ขณะนี้นักธรรมมีพระภิกษุ ๑๑ รูป สามเณร ๔ รูป บาลี มีเณรภิกษุ ๑๓ รูป โรงเรียน พุทธศาสนาวันอาทิตย์ เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๒ ขณะนี้มีนักเรียน ๓๕๐ คน ในด้านการอบรม เผยแพร่ธรรมเพื่อประโยชน์ในด้านความรู้ความเข้าใจหลักคำสอน นำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ทางวัดมีสถานที่ถวายธรรม เพื่ออบรมกรรมฐาน และปฏิบัติธรรม ซึ่งพุทธศาสนิกชนได้สร้างถวาย ผล สืบเนื่องมาจากเกิดศรัทธาปสาทะในปฏิหาของพระเดชพระคุณท่านเจ้าอาวาส
ผู้เป็นนักพูด นักแสดงธรรมแห่งยุคนี้ เป็นสำคัญ นอกจากนี้แล้วยังจัดให้มีหนังสือเอกสารเผยแพร่คำบรรยาย ปาฐกถาธรรมของท่านด้วย
เจ้าอาวาส นาบว่า พระราชนันวมุนี (ปัญญานันทภิกขุ) อายุ ๗๒ ปี พรรยา ๕๒ ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๓ จนถึงปัจจุบัน ขณะนวัดชลประทานรังสฤษดิ์ มีพระภิกษุจำพรรษา ๑๖๑ รูป สามเณร ๓ รูป ชี ๒ คน ศิษย์วัด ๓๗ คน.