วัดอ่างแก้ว
วัดอ่างแก้ว ตั้งอยู่เลขที่ ๑๓๐ ถนนพัฒนาการ หมู่ที่ ๒ แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัด จำนวน ๓ แปลง เนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๑๘.๕ ตารางวา อาณาเขตตามโฉนดเลขที่ ๓๒๖๗๓ เนื้อที่ ๖ ไร่ ๑๙ ตารางวา อันเป็นที่ดินเดิม ทิศเหนือยาว ๑๑๔ เมตร ติดต่อคลองภาษีเจริญ ทิศใต้ยาว ๑๑๗ เมตร ติดต่อกับถนนพัฒนาการ ทิศตะวันออกยาว ๑๔๒ เมตร ติดต่อกับคลองขวาง ทิศตะวันตกยาว ๑๑๗ เมตร ติดต่อกับที่ดินเอกชน ต่อมามีผู้บริจาคเพิ่มเติม ราย คือ พระยาวิจิตรนาวาสยาม บุคลคุณพระสมบูรณ์ และคุณแม่เล็ก อ่างแก้ว สำหรับที่ธรณีสงฆ์มี ๒ แปลง เนื้อที่ ๖๔ ไร่ ๒ งาน ๔๖ ตารางวา
ฟื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่ม ตั้งอยู่ริมคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ หน้าวัดอยู่ทางริมคลองด้านทิศเหนือ หลังวัดอยู่ด้านทิศใต้ติดต่อกับถนน มีกำแพงและประตูเข้าออกวัด อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มิอุโบสถกว้าง ๑๐.๔๒ เมตร ยาว ๒๐.๗๘ เมตร ก่ออิฐถือปู่น สร้างมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๑ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธประวัติ กุภีสงฆ์มีจำนวน ๒๘ หลัง กว้างยาวใกล้เคียงกันเป็นส่วนมาก สร้างไว้เป็นสัดส่วนทางด้านตะวันตก นอกจากนี้ก็มีหอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง ศาลาบำเพ็ญกุศล ฌาปนสถานปูชนียวัตถุม พระประธานในอุโบสถ ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง ๑.๔๕ เมตร สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และที่หน้าระเบียงอุโบสถ ๑ องค์ ขนาดเท่ากัน สร้างสมัยเดียวกัน เจดีย์ ๒ องค์ อยู่ด้านหลังอุโบสถ สร้างขึ้นใหม่แทนของเดิม กว้าง ๕ เมตร สูง ๘ เมตร
ประวัติความเป็นมา วัดอ่างแก้วสร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๑ ภายหลังจากที่ได้ขุดคลองภาษีเจริญเรียบร้อยแล้ว ผู้สร้างวัดคือ พระภาวนาโกศลเถระ (รอด) ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดโคนอน ไม่ห่างไกลจากวัดอ่างแก้วนี้นัก ได้บอกบุญผู้มีจิตศรัทธา จัดซื้อที่ดินและสัมภาระในการก่อสร้างวัด และได้จัดสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความดีแก่ตัวเอง และยังมีผู้บริจาคเรือนไม้สักให้เป็นที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์อีกหลายราย เมื่อได้สร้างเสนาสนะเสร็จแล้ว จึงได้จัดให้พระภิกษุที่เป็นสัทธิวิหาริกของท่าน รูป มาจำพรรษาอยู่ประจำ และแต่งตั้งให้พระอธิการเบี้ยว อินุทสุวณฺโณ เป็นเจ้าอาวาส การสร้างอุโบสถได้เสร็จเรียบร้อยเมื่อบูรณะ พ.ศ. ๒๔๒๐ และทำการผูกพัทธสีมาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๒๑ เกี่ยวกับชื่อวัด เนื่องจากด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบริเวณที่สร้างอุโบสถ ที่ดินมีลักษณะเป็นอ่างมีน้ำใสขังอยู่ พระภาวนาโกศลจึงถือเอาลักษณะที่ดินแห่งนั้นมาตั้งเป็นนามวัดว่า 'วัดอ่างแก้ว' และไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนตราบเท่าทุกวันนี้ วัดอ่างแก้วได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๐ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๑.๒๕ เมตร ยาว ๓๐.๗๒ เมตร
การศึกษา ทางวัดได้สนับสนุนให้พระภิกษุสามเณรได้ไปศึกษาพระปริยัติธรรมจากสำนักเรียนต่าง ๆ ได้ตามอัธยาศัย สำหรับการศึกษาของชาติ ได้ให้ที่ดินสร้างโรงเรียนประชาบาล จำนวน ๕ ไร่ ๓ งาน ๕๖ ตารางวา
เจ้าอาวาสมีจำนวน < รูป คือ รูปที่ ๑ พระอธิการเบี้ยว อินุทสุวณฺโณ พ.ศ. ๒๘๒๐-๒๙๒๔ รูปที่ ๒ พระอธิการพลอย สุวรณ พ.ศ. ๒๕-๒๕ รูปที่ ๓ พระอธิการอุ่น พุหุมสโร พ.ศ. ๒๕๗-๒๕๘๒ รูปที่ ๔ พระครูพรหมโชติวัฒน์ (บุญมี พรหุมโชติโก) พ.ศ. ๒๔๘๗-๒๕๒๔ รูปที่ ๒ พระอธิการเกษม สริวทอโน อายุ ๕๘ ปี พรรษา ๓๘ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒ จนถึงปัจจุบัน
ขณะนี้ วัดอ่างแก้วมีพระภิกษุจำพรรษา จำนวน รูป สามเณร 6 รูป ศิษย์วัด ๑ คน.