วัดไตรธรรมาราม

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดไตรธรรมาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๒๙๖๑ ตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับถนนปรีดาราษฎร์และบ้านราษฎร ทิศใต้ติดต่อกับบ้านราษฎร ทิศตะวันออกติดต่อกับถนนตลาดใหม่ ทิศตะวันตกติดต่อกับถนนหน้าเมือง

วัดนี้ตั้งอยู่ในย่านชุมชนมีถนนรอบวัด มีคูน้ำกว้างประมาณ ๒๐๐ เมตร ผ่านทางด้าน กว้างเข้ากลางวัดเบื้องคูน้ำที่ไหลลงแม่น้ำตาปี ภายในบริเวณวัดมีต้นไม้หลายชนิดทำให้บริเวณ วัดร่มรื่นดี

ความเป็นมา

วัดนี้สร้างมาไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ปีเศษ ผู้สร้างคืออุบาสิกา คน ชื่อนางเหลือ ถาวรสุข นางเถาและนางฉิม จึงได้ชื่อว่า "วัดสามแม่หม้าย" ต่อมาพระปลัดสุทธิซึ่งเป็นเจ้าอาวาสได้ เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดตรีศรัทธาวาส" แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนกลับมาเรียกชื่อเดิมอีก จนกระทั่งถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ จึงได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อปัจจุบันว่า "วัดไตรธรรมาราม"

เดิมวัดนี้ได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๓ แต่เมื่อสร้างอุโบสถใหม่จึงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐ มีเนื้อซี่กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร และประกอบพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๕๔๒

เพราะวัดนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนและเป็นศูนย์กลางแห่งกิจการพระศาสนา จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ยกวัดไตรธรรมารามเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่วันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นต้นไป

ทรัพย์สิน

วัดไตรธรรมารามมีที่ดินตั้งวัดทั้งสิ้น ๑๑ ไร่ ๒ งาน โดยไม่มีที่ธรณีสงฆ์เลย

ถาวรวัตถุและปูชนียวัตถุต่าง ๆ ของวัด

พระอุโบสถ สร้างขึ้นแทนหลังเก่าซึ่งคับแคบและทรุดโทรมมาก มีขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๓๔ เมตร ตามแบบ ก. ของกรมศิลปากร เป็นที่ประดิษฐานพระประธานสร้างมานานแล้ว ปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง ๓๓ นิ้ว สูงจากพระเพลาถึงยอดพระเกตุมาลา ๔๓ นิ้ว

พระพุทธรูปปางตรัสรู้แบบอินเดีย สร้างด้วยคอนกรีตต้นทั้งองค์หน้าตักกว้าง ๓๖ นิ้ว สูง ๑ วา ๑ ศอก ๘ นิ้ว ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานใต้ต้นพระศรีมหาโพธิซึ่งเชิญพันธุ์มาจากพุทธคยาประเทศอินเดีย ปลูกที่หน้าพระอุโบสถ พระพุทธรูปนี้มีนามว่า "พระโพธิพุทธคยานุสรณ์" สร้างเสร็จเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๗

ศาลาการเปรียญ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ มีขนาดกว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๐ เมตร

นอกจากนี้ยังมีหอประชุมสงฆ์ ตึกที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช (อุทยานมหาเกระ) หอระฆัง กุฏิถาวร ๑๐ หลังและอื่น ๆ อีกมาก

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

ทางวัดมีการศึกษาพระปริยัติธรรม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๘ และเปิดสอนแผนกบาลี เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ ส่วนโรงเรียนปริยัติธรรมมี ๒ หลัง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ และ พ.ศ. ๒๕๖๖ ปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๒๔ มีนักเรียนบาลี ๒๑ รูป และนักธรรม ๔๔ รูป

นอกจากนี้ทางวัดยังจัดให้มีโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ มูลนิธิมหาวชิราลงกรณ์ สำนักงานพุทธสมาคม ยุวพุทธิกสมาคม หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล ห้องสมุดประชาชนประจำจังหวัด ศูนย์อาสาสมัครสังคมสงเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นที่ตั้งบรรทัดเสาลาวิภาวดีรังสิตานุสรณ์

การบริหารและการปกครอง รายนามเจ้าอาวาสที่ครองวัดนี้มาตั้งแต่ต้นคือ ๑. พระปลัดเอี่ยม ครองวัดอยู่ชั่วระยะหนึ่งแล้วย้ายไป ภายหลังกลับมาเป็นเจ้าอาวาส อีกต่อจากพระปลัดสุทธิ์ ๒. พระปลัดสุทธิ ๓. พระปลัดพีรกิตติ ยสธมฺโม ๔. พระเทพรัตนกวี (เกต ธมฺมวโร)

ปัจจุบันเป็นเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปกครองวัดจนประสบกับความเจริญรุ่งเรืองตลอดมา ปัจจุบันมีพระภิกษุจำพรรษา ๒ รูป และสามเณร ๑ รูป ส่วนชีมี ๑ คน