วัดใหญ่สุวรรณาราม

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดใหญ่สุวรรณาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๘๕ ตำบล ท่าราบ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี

อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อถนนพงษ์สุริยา ทิศใต้ติดต่อวัดหัวสนามและวัดไผ่ล้อม (ร้าง) ทิศตะวันออกติดต่อซอยสาธารณะ และทิศตะวันตกติดต่อที่ดินสงฆ์ของวัดใหญ่สุวรรณาราม

ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบเป็นส่วนมาก มีต้นไม้ร่มรื่นเหมาะเป็นอารามยิ่ง

ความเป็นมา

วัดใหญ่สุวรรณารามสร้างเมื่อใดไม่ปรากฏ แต่มีพระราชหัตถเลขาในรัชกาลที่ ๕ ทรง ไว้ว่า "ภาพและลายในพระอุโบสถนี้ คงเขียนมาก่อน ๓๐๐ ปีขึ้นไป สำหรับชื่อวัดนั้นที่ว่าชื่อวัด ใหญ่ เข้าใจว่าเพราะมีเนื้อที่ถึง ๒๐ ไร่เศษ ส่วนคำว่า "สุวรรณ" นั้น น่าจะได้จากพระนามของ สมเด็จพระสังฆราชแตงโม ซึ่งเดิมท่านชื่อทอง หรือจะเป็นนามฉายาของท่านว่า สุวณฺณ ด้วยก็ เป็นได้ เพราะท่านได้มาปฏิสังขรณ์วัดนี้ อันเป็นสถานมูลศึกษาของท่าน วัดนี้จึงมีชื่อว่า "วัด ใหญ่สุวรรณาราม" ครั้น พ.ศ. ๒๔๕๐ พระครูมหาวิหาราภิรักษ์ (พุก) ได้ทำการก่อสร้างวิหารโกง และพระระเบียงรอบพระอุโบสถซ่อมแซมศาลาการเปรียญ ปฏิสังขรณ์เสนาสนะ ก่อกำแพงรอบ วัด นับว่าเป็นการปฏิสังขรณ์ใหญ่และก็ได้ทำการปฏิสังขรณ์เรื่อยมาจนปัจจุบัน

ทรัพย์สิน

เนื้อที่ตั้งวัดมีทั้งสิ้น ๒๒ ไร่ ๒ งาน ๘๐ ตารางวา

ที่ดินสงฆ์มีทั้งหมด ๓ แปลง อยู่ที่ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี จำนวน ๒ แปลง แปลงที่ ๑ มีเนื้อที่ ๘ ไร่ ๑ งาน ๘๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๑๐๘๘ แปลงที่ ๒ มี เนื้อที่ ไร่ ตารางวา และแปลงที่ ๓ อยู่ที่ตำบลช่องสะแก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๒ งาน ๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๔๓

ปูชนียวัตถุ และถาวรวัตถุของวัดนี้มีดังนี้

พระอุโบสถ ก่ออิฐถือปูนทั้งหลังแบบสมัยอยุธยาแท้ หลังคาซ้อนสองชั้น มีช่อฟ้า ใบระกา ไม่มีหน้าต่าง เป็นที่ประดิษฐานพระประธานปูนปั้นปางมารวิชัยฝีมือแบบอยุธยา หน้าตัก กว้าง ๒๒๐ เมตร และหลังพระประธานมีพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทั้งองค์ ปางมารวิชัยหน้าตัก กว้าง ๑.๔๐ เมตร เก่ามากจนฐานผุกร่อนมีชื่อว่า "พระหกนั้ว" เป็นที่นับถือกันมากว่าศักดิ์สิทธิ์ ส่วนด้านซ้ายขวาเป็นพระพุทธรูปยืน ปางห้ามญาติและห้ามสมุทร ลักษณะงามเป็นพระสมัย อยุธยา หน้าองค์พระประธานมีพระพุทธรูปสำคัญอยู่ ๒ องค์ องค์หนึ่งเป็นพระเชียงแสนปาง มารวิชัย หน้าตักกว้าง ๘๐ ซ.ม. มีอายุประมาณ ๘๐-๑๐๐ ปี และอีกองค์หนึ่งคือพระคนธาร- ราษฎร์ นั่งขัดสมาธิเพชร ปางเทศนา หน้าตักกว้าง ๕๕ ซ.ม. เป็นพระสมัยอยุธยา อายุราว ๔๐๐ ปีเศษ ให้เป็นพระขอฝน

พระวิหาร เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐ เรียกว่า วิหารคด หรือศาลาราย สร้างด้วยอิฐ ก่อปูน เป็นที่ตั้งเจดีย์จุฬามณฑ์ เจดีย์พนสวรรณ และมีพระระเบียงล้อมรอบพระอุโบสถ

พระไตรปิฎก ถูกปลูกอยู่ในสระน้ำ มีเสาเพียง ๓ ต้น หมายถึงพระไตรปิฎก เพราะ พระพุทธศาสนาจะดำรงอยู่ได้ ก็ด้วยพระไตรปิฎก ๓ หลัก เชิดชูไว้เท่านั้น ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยทุนสยามสมาคม ทางวัดใช้เป็นที่เก็บคัมภีร์ใบลานและตำราสมุดข่อย

ศาลาการเปรียญ เดิมเป็นท้องพระโรง กษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้พระราชทานให้ กับสมเด็จพระสังฆราชแตงโม สร้างด้วยไม้สักทรงไทย มีโถงประกอบด้วยนาคและสาหร่ายรวงผึ้ง สวยงามมาก

พระรูปหล่อสมเด็จพระสังฆราชแตงโม เป็นรูปเหมือนนั่งพับเพียบพนมมือถือดอกบัว ปั้นโดยคนจีนชราคนหนึ่ง ซึ่งปั้นและหล่อได้คล้ายคลึงกับตัวจริงมาก ด้วยความกตัญญอันเป็น เครื่องหมายของคนดี สมเด็จพระสังฆราชแตงโม จึงให้หล่อรูปพระจันทร์ไว้ ลักษณะคล้ายพระ- สังกัจจายน์ สูง ๑ ฟุต แทนคนจีนบราผู้นั้น

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

วัดนี้มีโรงเรียนปริยัติธรรม ๑ แห่ง เป็นสถานที่ศึกษาของพระภิกษุ หลัง คือ ศึกษา ปริยัติธรรมทั้งบาลีและนักธรรม ซึ่งขณะนี้ (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีจำนวนนักเรียน ๒ รูป ฝ่ายละ ๑ รูป ทำการศึกษาอยู่

การบริหารและการปกครอง เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันชื่อ พระครูสุวรรณศิลปาคม (สม มหาวัน) ลำดับเจ้าอาวาสเท่าที่ ปรากฏสามารถค้นพบได้ดังนี้ ๑. พระอธิการโศก ๒. พระอธิการฉิม ๓. พระอธิการเกิด ๔. พระอธิการเลียม ๕. พระครูมหาวิหาราภิรักษ์ (พุก) ๖. พระครูสาครญาณ (มุ่ย) ๗. พระครูญาณวิมล (แกะ) ๘. พระครูมหาวิหาราภิรักษ์ (นาค) ๖. พระครูสุวรรณศิลปาคม (สม มหาวัน) พ.ศ. ๒๔๖ ถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีพระภิกษุจำพรรษาจำนวน ๑๐ รูป.