วัดโพธาราม

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดโพธาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่ตลาดปากน้ำโพ เลขที่ ๔๗๔ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์

อาณาเขตที่ดินที่ตั้งวัด ทิศเหนือติดต่อกับถนนสวรรค์วิถี ทิศใต้ติดต่อกับถนนโกสีย์ ทิศตะวันออกติดต่อกับถนนอรรถกวี ทิศตะวันตกติดต่อกับถนนจุฬามณี

บริเวณพื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่มอยู่ท่ามกลางตลาดปากน้ำโพ โดยมีถนนคั่นบริเวณวัดไว้ ทั้ง ๔ ด้าน ตรงข้ามฟากถนนเป็นอาคารพาณิชย์ของทางวัดบ้าง ของเอกชนบ้าง ทิวทัศน์ห่าง ออกไปด้านหลังวัดเป็นเทือกเขากบ ด้านหน้าวัดเป็นแม่น้ำ ๔ สาย คือ บิง วัง ยม น่าน ไหลมาบรรจบกันเป็นต้นทางของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นย่านการค้าทั้งทางบกและทางน้ำ การคมนาคม ติดต่อกับทุกภาคของประเทศไทยได้โดยสะดวก

ความเป็นมา

วัดโพธาราม เป็นวัดโบราณไม่ปรากฏนามและกาลที่สร้างครั้งแรก สันนิษฐานว่าสร้างมา ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ที่ตั้งวัดเดิมอยู่ริมแม่น้ำบึง หมู่กุกีอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของที่ตั้งวัดปัจจุบัน คือบริเวณ ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขปัจจุบัน มีพระอุโบสถเป็นหลักฐาน โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๕

เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๗ ตลาดปากน้ำโพประสบอัคคีภัยครั้งใหญ่ ไฟได้ไหม้ตลาดอาคาร ร้านค้าลุกลามไหม้โรงเรียน ศาลาการเปรียญ พระอุโบสถ และกุฏิสงฆ์ทั้งหมด คงเหลือแต่ พระเจดีย์บริเวณพระอุโบสถเท่านั้น

ต่อมาหลังจากถูกไฟไหม้แล้ว พระครูสวรรค์นคราจารย์ (ช่วง) เป็นเจ้าอาวาสได้เริ่ม วางโครงการพัฒนาวัดขึ้นใหม่ได้แบ่งบริเวณที่ตั้งวัดออกเป็นเขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาสและเขต จัดประโยชน์ในที่ธรณีสงฆ์ ซึ่งได้จัดสร้างอาคารพาณิชย์ขึ้นจัดเก็บผลประโยชน์บำรุงวัด ครั้น พ.ศ. ๒๕๗๕ ทางวัดได้เริ่มสร้างพระอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ถูกไฟไหม้ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๘๑ กำหนดเขตขวาง เมตร ยาว ๘๐ เมตร ได้ทำพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๒ วัดโพธารามได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรีชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๐๖

ทรัพย์สิน ที่ดินที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ ๑๕ ไร่ ๒ งาน ๖๗ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๑๘๑ ที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๑๐ แปลง ดังนี้ คือ แปลงที่ ๑ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๑ งาน ๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๐๕๙ แปลงที่ ๒ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ ๑ งาน ๖๗ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๑๗๘ แปลงที่ ๓ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ ๓ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๑๗ แปลงที่ ๔ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ๖๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๑๘๐ แปลงที่ ๕ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ ๑ ไร่ ๕๗ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๑๘๒ แปลงที่ ๖ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่

๑ งาน ๖๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๑๘๓ แปลงที่ ๗ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

เนื้อที่ ๓๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๙๘๐๘

แปลงที่ ๘ ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๕๘๐๙ แปลงที่ ๙ ตั้งอยู่ตำบลวัดไทร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่

๕ ไร่ โฉนดเลขที่ ๗๗๗๑ แปลงที่๑๐ ตั้งอยู่ตำบลหนองกรด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

เนื้อที่ ๑๐๐ ไร่ (กำลังดำเนินการออกโฉนด) ปูชนียวัตถุ ถาวรวัตถุ และอาคารเสนาสนะต่าง ๆ พระโพธานุชินราช พระประธานในพระอุโบสถ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองเหลืองหน้า ตักกว้าง ๔ ฟุต ๑๔ เซนติเมตร หล่อที่วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. ๒๔๕๖ โดยสมเด็จพระพุทธโฆยาจารย์ (ม.ร.ว. เจริญ อิศรางกูร) เจ้าคณะมณฑลนครสวรรค์ สมัย ดำรงสมณศักดิ์ที่พระพิมลธรรมเป็นผู้ดำเนินการหล่อขึ้น พร้อมกับพระอัครสาวก ๒ องค์ พระอุโบสถ

หลังใหม่สร้างเสร็จและได้ทำพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อ พ.ศ. ๔๘๒ เป็นพระอุโบสถคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นปูด้วยหินอ่อน ยกพื้นสูง ๓ เมตรเศษ ขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๑ เมตร หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ ช่อฟ้าใบเทศแบบ ปั้นแบบพิมพ์ซุ้ม ประตูและหน้าต่างเป็นลวดลายปูนบั้นทั้งสั้น เสารายและเสาประธานเทคอนกรีตขัดมันมีลวดลาย เหมือนหินอ่อน ศาลาการเปรียญ ขนาดกว้าง ๖๕ เมตร ยาว ๒๗ เมตร เป็นตึกทรงไทย ชั้น ชั้นล่างปูด้วยกระเบื้อง ชั้นบนปูด้วยไม้สักรางลิน มุงกระเบื้องเคลือบมีช่อฟ้าใบเทศ สภาบริหารคณะสงฆ์ มนุษขนาคประสิทธิ์ เป็นตึกทรงไทย ๓ ชั้น พื้นขัดหินทั้ง ๓ ชั้น ขนาดกว้าง ๒๖ เมตร ยาว ๔๓ เมตร มุงกระเบื้องกาบกล้วยเคลือบ กุฎิพระสงฆ์ จำนวน ๖ หลัง เป็นกุฎิติก ๕ ชั้น ๑ หลัง ตึก ๒ ชั้น ๓ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๒ ชั้น ๓ หลัง ตึกชั้นเดียว ๑ หลัง และตึก ๓ ชั้น • หลัง อาคารเรียนโรงเรียนปริยัติธรรม ตึกทรงไทย ๓ ชั้น ๕ ห้องเรียน ยาว ๕๓ เมตร

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดโพธาราม เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของพระภิกษุสามเณร ได้เปิดสอนแผนกธรรม เมื่อ พ.ศ. ๖๖ แผนกบาลี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕ จำนวนนักธรรม ๑๒๒ รูป นักเรียนบาลี ๒๐๔ รูป

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้จัดตั้งโรงเรียนสัตตาหศึกษาวันอาทิตย์ สอนวิชาเกี่ยวกับพระพุทธ ศาสนาแก่เยาวชนทั้งชายหญิงจนถึงปัจจุบัน

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๘ ได้จัดตั้งโรงเรียนภาษาไทยขึ้นเป็นครั้งแรก โดยอาศัยศาลาการเปรียญ เป็นสถานที่เรียน ต่อมา พ.ศ. ๒๔๕๖ ทางราชการได้จัดสร้างอาคารเรียนใหม่เป็นเอกเทศใน บริเวณวัด ครั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๗ ตลาดปากน้ำโพประสบอัคคีภัยครั้งใหญ่ ไฟได้ไหม้ลุกลาม อาคารเรียนด้วย จึงได้ย้ายโรงเรียนออกไปอยู่นอกเขตบริเวณวัด

การบริหารและการปกครอง

วัดโพธารามได้จัดการบริหารและการปกครองตามกฎระเบียบ คำสั่งของคณะสงฆ์ เป็นไปตามพระธรรมวินัย พระภิกษุสามเณรประพฤติปฏิบัติประกอบศาสนกิจ โดยมีเจ้าอาวาสปกครองดูแลอย่างเคร่งครัดตลอดมา

สำหรับลำดับเจ้าอาวาสเท่าที่มีหลักฐาน มีดังนี้

๑. พระสมุห์อิ่ม เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. ๔๓-๔๓๕

๒. พระครูธรรมฐิติวงศ์คริเขต (ตั๋ว) พ.ศ. ๒๔๓๖-๒๔๕๕

๓. พระครูต่วน พ.ศ. ๒๔๕๕-๒๔๕๘

๔. พระครูสวรรค์นคราจารย์ (ช่วง ติสสเถระ) พ.ศ. ๒๔๘๘

๕. พระธรรมคุณาภรณ์ (เข้า ฐิตบัญโญ) ป.ธ. 6 พ.ศ. ๒๔๘๘-๒๕๑๓

๖. พระเทพคุณาภรณ์ (พุฒ วุทิตย์ทัตเถระ) พ.ศ. ๒๕๑๔ ถึงปัจจุบัน

สำหรับพระภิกษุจำพรรษา ๕๘ รูป สามเณร ๑๔๒ รูป เนื่องจากเป็นสำนักเรียนพระปริยัติธรรม เป็นศูนย์กลางของจังหวัดนครสวรรค์ จึงมีพระภิกษุสามเณรมาก