วัดเสนหา

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดเสนหา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๕๘๘ ตำบลพระปฐม- เจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

อาณาเขตที่ตั้งวัด ทิศเหนือติดต่อกับทางรถไฟสายใต้ และคลองเจดีย์บูชาตอนบน ทิศใต้ ติดต่อกับทางรถไฟสายใต้ ทิศตะวันออกติดคลองเจดีย์ตอนบนอ้อมไปด้านทิศเหนือ ทิศตะวันตก ติดต่อกับถนนสวนตะไคร้ (เดิมเป็นทางเกวียน)

พื้นที่บริเวณตั้งวัด มีลักษณะเป็นรูปทรงธงสามเหลี่ยม หน้าวัดอยู่ทางทิศใต้เป็นพื้น ที่ราบติดต่อกับเขตทางรถไฟ ส่วนหลังวัดอยู่ทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นที่ลาดลุ่มลงไปจดริมคลอง ที่ลุ่มนี้อ้อมไปถึงด้านทิศตะวันออกด้วย

ความเป็นมา

วัดเสนหา เป็นวัดที่สร้างขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยนายเพิ่มเสนหา บุนนาค ยกที่ดินถวายให้เป็นที่สร้างวัด จึงได้ตั้งชื่อวัดเพื่อเป็นเกียรติอนุสรณ์ว่า "วัดเสนหา"

นายเพิ่มเสนหา บุนนาค เป็นบุคคลพระยาศรีสรราชภักดี (วัน บุนนาค) มารดาชื่อ เปี่ยม

เดิมตั้งบ้านเรือนอยู่ที่คลองบางหลวง กรุงเทพมหานคร ต่อมาได้ออกไปตั้งบ้านเรือน ประกอบอาชีพ ทำการค้าอยู่ที่ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จนฐานะมั่งคั่ง ได้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง เนื้อที่ประมาณ ๓๕ ไร่ อยู่ใกล้พระราชวังสนามจันทร์ ซึ่ง เป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ ให้เป็นที่สร้างวัด จึงได้ใช้ชื่อของนาย เพิ่มเสนหา มาเป็นชื่อวัด

ในคราวที่นายเพิ่มเสนหา ยกที่ดินถวายเพื่อจัดสร้างวัดเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๒ นั้น มีพระเถระผู้ใหญ่ ๒ รูป เป็นประธานรับการถวายที่ดินและจัดสร้างวัด คือ พระอุบาลี-คุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนุโท) วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ และพระพุทธวิริยากร (จิตร ฉนฺโน) วัดสัตตนาถปริวัตร จังหวัดราชบุรี เริ่มแรกเมื่อได้จัดสร้างวัดขึ้นนั้น พระเถระทั้งสองได้จัดส่งพระภิกษุสามเณรจากวัดบรมนิวาสและวัดสัตตนาถปริวัตรมาอยู่จำพรรษา โดยมีพระครูสังวรวินัย (อาจ ชุตินฺธโร) เป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๒ เป็นต้นมา นายเพิ่มเสนหา ก็ได้ทะนุบำรุงวัดโดยสม่ำเสมอจนถึงแก่กรรมลง

ต่อมเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๖๒ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๖ ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้เป็นทุนเริ่มแรกก่อสร้างพระอุโบสถ และพระประธานขึ้น สร้างเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๖๖ นอกจากนี้พระองค์ยังได้พระราชทานทุนทรัพย์ และไม้เรือนโรงเสือบ่า จากพระราชวังสนามจันทร์ที่มีอยู่ มาสร้างเป็นโรงเรียนหนังสือไทยและได้พระราชทานนามว่า "โรงเรียนสมัครพลผดุง" ได้เริ่มเปิดสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๒๕ เป็นต้นมา

วัดเสนหา ได้รับการพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นโดยลำดับ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ ได้มีผู้จัดสร้างขึ้นเป็นอาคารถาวรจำนวนเพิ่มมากขึ้น ที่ดินตั้งวัดมีบริเวณกว้างขวาง ภายในบริเวณวัดได้ปรับปรุงพื้นที่ปลูกไม้ประดับไม้ยืนต้นให้ความร่มรื่นสวยงาม และสะอาดเรียบร้อย เจริญตา เจริญใจแก่ผู้ได้มาพบเห็น

วัดเสนหา ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๘๗

วัดเสนหา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ กำหนดเขตกว้าง ๒ เส้น ยาว ๓ เส้น

ทรัพย์สิน

ที่ดินที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ ๓๖ ไร่ ๒ งาน ๔๐ ตารางวา มีโฉนดเลขที่ ๙๘, ๗๕, ๒๔๒๐ รวม ๓ โฉนด

ที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๒ แปลง มีเนื้อที่ ๙๑๐ ไร่ ๒๓ ตารางวา แยกแต่ละโฉนดดังนี้

แปลงที่ ๑ ตั้งอยู่ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ด ไร่ ๒๖ ตารางวา โฉนดเลขที่

แปลงที่ ๒ ตั้งอยู่ตำบลโพรงมะเดือ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๕ ไร่ ๑ งาน ๒๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๘๕๗ แปลงที่ ๓ ตั้งอยู่ตำบลโพรงมะเดือ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๑๓ ไร่ ๒ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๐๒๑ แปลงที่ ๔ ตั้งอยู่ตำบลโพรงมะเดือ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๒๐ ไร่ ๑ งาน ๓๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๐๑๓ แปลงที่ ๒ ตั้งอยู่ตำบลโพรงมะเดือ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๘๘ ไร่ • งาน ๓๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๖๑ แปลงที่ ๖ ตั้งอยู่ตำบลโพรงมะเดือ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๒๑ ไร่ โฉนดเลขที่ ๑๗๕๐ แปลงที่ ๘ ตั้งอยู่ตำบลโพรงมะเดือ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๒๕ ไร่ ๒ งาน ๑ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๗๑๖๗ แปลงที่ ๘ ตั้งอยู่ตำบลปี่นเกลียว อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ๔๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๙๒๔ แปลงที่ ๖ ตั้งอยู่ตำบลปี่นเกลี่ยว อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๑๔ ไร่ • งาน ๓๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๕๕๒ แปลงที่ ๑๐ ตั้งอยู่ตำบลนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๖ ไร่ ๒ งาน โฉนดเลขที่ ๖๔๒๗ แปลงที่ ๑๑ ตั้งอยู่ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๒ ไร่ ๔๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๓๑ แปลงที่ ๑๒ ตั้งอยู่ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๒๖ ไร่ ๒ งาน ๔๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๗๓ แปลงที่ ๑๓ ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๓ ไร่ ๒ งาน ๒๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๗๓๘ แปลงที่ ๑๔ ตั้งอยู่ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๓๐ ไร่ ๓ งาน ๔๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๗๓๐

แปลงที่ ๑๕ ตั้งอยู่ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง ๑ ๓ งาน๒๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๘ แปลงที่ ๑๖ ตั้งอยู่ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง ๓ งาน๑๖ ตารางวา โฉนดเลขที่๒๗๓๒ แปลงที่ ๑๒ ตั้งอยู่ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง ๓ งาน๘๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๗๒๕ แปลงที่ ๑๘ ตั้งอยู่ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง • งาน ๖๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๗๘๘ แปลงที่ ๑ ตั้งอยู่ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง โฉนดเลขที่ ๓๐๖๘ แปลงที่ ๒ ตั้งอยู่ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง ๑ งาน ๓๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๐๕ แปลงที่ ๒๑ ตั้งอยู่ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง ๔๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๗๓๑ แปลงที่ ๒ ตั้งอยู่ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง ๑ งาน ๓๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๕๓ แปลงที่ ๒๓ ตั้งอยู่ตำบลหนองปากโรง อำเภอเมือง โฉนดเลขที่ ๑๖๙๒ แปลงที่ ๒ ตั้งอยู่ตำบลลำเหย อำเภอดอนตูม ๑ งาน ๖๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๓๘๗ แปลงที่ ๒๕ ตั้งอยู่ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม ๒ งาน๓๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๔ แปลงที่ ๒๖ ตั้งอยู่ตำบลบางหวง อำเภอบางเลน ๑ งาน ๓๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๖๓๔๕ แปลงที่ ๒๘ ตั้งอยู่ตำบลหินมูล อำเภอบางเลน ๑ งาน ๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๔๒๕ แปลงที่ ๒๘ ตั้งอยู่ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ ๖๕ ไร่ แปลงที่ ๒ ตั้งอยู่แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๑ งาน ๖ ตารางวา ปูหนี้วัสดุ ถาวรวัตถุและอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองเหลือง กะไหล่ทอง ๑๕๐ บาท หน้าตักกว้าง ๓ ศอก สูงถึงพระรัสมี ๑ ศอก จำลองแบบมาจากพระพุทธชินศรี วัดบวรนิเวศ วิหาร สร้างด้วยทรัพย์ส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๖ พระอุโบสถ ขนาดกว้าง ๔ วา ยาว ๑๐ วา ก่ออิฐถือปูน หลังคาลด๓ ชั้น ประกอบด้วย ช่อฟ้าใบระกา สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๖๒-๒๔๖๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ พระราช- ทานทรัพย์เป็นทุนเริ่มแรก ศาลาการเปรียญ ขนาดกว้าง ๖ วา ยาว๑๐ วา ยกพื้นสูง ๓ ศอก หลังคามุงกระเบื้อง มีฝาผนังติดหน้าต่างไม้โดยรอบ มีชื่อว่า "ศาลาสันติธรรม" กุฏิ มีทั้งที่เป็นอาคารตึกและเรือนไม้๒ ชั้นบ้าง ชั้นเดียวบ้าง นอกจากนั้นยังมีอาคารเรียนโรงเรียนปริบดีอัมพรร โรงเรียนหนังสือไทย ศาลาที่ประชุม เมรุพร้อมด้วยศาลาคู่เมรุ

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดเสนหา ส่งเสริมการศึกษาทั้งทางโลกทางธรรม สนับสนุนให้พระภิกษุสามเณรได้ เรียนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกบาลีและแผนกธรรม ปัจจุบันมีนักเรียนบาลีจำนวน ๑๕ รูป นักธรรม ๒๘ รูป และได้เปิดสอนการศึกษาผู้ใหญ่ด้วย โรงเรียนหนังสือไทยของเทศบาล สำหรับให้การศึกษาแก่กุลบุตรกุลธิดได้รับพระราช- ทานนามจากรัชกาลที่ 6 ว่า "สมัครพลผดุง" เริ่มสอนมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๕

การบริหารและการปกครอง วัดเสนหา ได้มีเจ้าอาวาสบริหารและปกครองวัดตลอดมาตามระเบียบวินัย มีการ ปฏิบัติกัมมัฏฐาน อบรมพระภิกษุสามเณร ตลอดจนการแสดงธรรมปาฐกถา

ธรรมสากัจ เป็นประจำ ปัจจุบันมีพระภิกษุจำพรรษา ๓ รูป สามเณร ๒๔ รูป ลำดับเจ้าอาวาส มีดังนี้

  1. พระครูสังวรวินัย (อาจ ชุตินธโร) พ.ศ. ๒๕๒-๒๕๘๒

  2. พระครูสังวรวินัย (ห้อย พาหิโย) พ.ศ. ๒๔๖๒-๒๔๘๗

  3. พระธรรมเจติยาจารย์ (วงค์ โอทาวณฺโณ) พ.ศ. ๒๔๘๔ ถึงปัจจุบัน