วัดเครือวัลย์
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดเครือวัลย์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร
ตั้งอยู่เลขที่ ๓๒ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับคลองมอญ ทิศใต้ติดต่อกับกองพันสารวัตรนาวิกโยธิน ทิศตะวันออกติดต่อกับกองพันทหารราบนาวิกโยธิน ทิศตะวันตกติดต่อกับวัดนาคกลาง พื้นที่มีลักษณะไม่ลุ่มและไม่ดอนนัก การคมนาคมสะดวกมีถนนอรุณอมรินทร์ผ่าน บริเวณลานวัดเทคอนกรีตรถวิ่งถึงกุฎิได้สะดวก ทางน้ำมีคลองมอญเป็นทางสัญจรไปมาติดต่อกับ วัดได้เช่นกัน
ความเป็นมา วัดเครือวัลย์ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ โดยเจ้าพระยาอภัยภูธร (น้อย บุณยรัตพันธุ์) ผู้เป็นบิดาของเจ้าจอมเครือวัลย์ พร้อมด้วยเจ้าจอมเครือวัลย์เป็นผู้สร้าง และ ได้ถวายเป็นพระอารามหลวง แต่การสร้างวัดในระยะนั้นยังไม่ทันเสร็จเรียบร้อย ผู้สร้างวัดก็ได้ถึง อสัญกรรมเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ โปรดให้ดำเนินการสร้างวัดต่อไปจนสำเร็จ แล้วพระราชทานนามว่า "วัดเครือวัลย์วรวิหาร" วัดเครือวัลย์ถือเป็นวัดประจำครอบครัว "บุณยรัตพันธุ์" ทายาทในตระกูลนี้ ได้ให้ความ อุปถัมภ์เป็นประจำทุกปีตลอดมา โดยถือว่าวันที่ ๓ เมษายน เป็น "วันบุณยรัตพันธุ์" บำเพ็ญกุศลอุทิศแต่บรรพบุรุษของตนและจะร่วมกันบริจาคทรัพย์บำรุงวัดตามศรัทธาด้วย เกี่ยวกับกำหนดเวลาสร้างวัดนั้น ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ปรากฏว่า พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้า ฯ ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินทรงทอดผ้าพระกฐิน เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๓๓
ทรัพย์สิน
ที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ ๑๕ ไร่ งาน ๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๕๗๕
ที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 3 แปลง จำนวนเนื้อที่ ๓๖๕ ไร่ ๒ งาน ๔๗ ตารางวา คือ
แปลงที่ ๑ ตั้งอยู่แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ n ไร่ ๔๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๕๗๔
แปลงที่ ๒ ตั้งอยู่ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ ๓๐ ไร่ ๒ งาน 60 ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๕๗๑
แปลงที่ ๓ ตั้งอยู่ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ ๑๗๕ ไร่ ๒ งาน ๖๒ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๗๗๔
แปลงที่ ๔ ตั้งอยู่ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เนื้อที่ ๒ ไร่ ๑ งาน ๕๒ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๒๒๖
แปลงที่ ๕ ตั้งอยู่ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เนื้อที่ ๕๑ ไร่ ๒ งาน ๗๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๒๕๗
แปลงที่ ๖ ตั้งอยู่ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เนื้อที่ ๑๕ ไร่ ๒๕ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๒๖๑
ปูชนียวัตถุ ภาวะวัตถุ และเสนาสนะต่าง ๆ
พระประธานในพระอุโบสถ ปางห้ามสมุทร สูงประมาณ ๔ วา เบื้องพระพักตร์มี พระอักขระสาวกซ้ายขวาคือ พระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตร
พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระประธานในพระวิหารหน้าตักกว้างประมาณ ๒ วา ซ่อมใหม่
ภาพจิตรกรรมฝาหนัง เป็นเรื่องพระเจ้า ๕๐ ชาติ ภายในฝ่าผนังพระอุโบสถ ช่างสมัย รัชกาลที่ ๓ ซึ่งมีจำนวนภาพประมาณ ๕๑๘ ภาพ
พระเจดีย์ ๓ องค์ ทรงลังกา สูงประมาณ ๑๖ วา ตั้งเรียงกันระหว่างพระอุโบสถกับ พระวิหาร องค์แรกมีฐานสี่เหลี่ยมก่อแยกไว้ต่างหาก ทราบว่ามีพระบรมธาตุบรรจุอยู่ ตามข้าง
ฐานเจาะเป็นช่องบรรจุอัฐิ ของคนทั่วไป องค์แรกนี้พระบาทสมเด็จพระออมเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๔ ทรงสร้าง อีก ๒ องค์ต่อมาทางใต้ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมเดียวกัน สร้างมาพร้อมกับวัด เจ้าพระยา กูชราภัย (นุช บุณยรัดพันธุ์) เป็นผู้สร้าง เป็นที่บรรจุอริของทายาทตระกูลบุณยรัดพันธุ์
พระอุโบสถ กว้าง ๗.๗๐ เมตร ยาว ๑๖๒๕ เมตร ทรงไทย หลังคาลด ชั้น ประดับ ช่อฟ้าใบระกา หน้าบันแต่งด้วยปูนปั้นเป็นลายดอกไม้ ระเบียงและมุขปูด้วยทินอ่อน ซุ้มประตู หน้าต่างทำด้วยปูนปั้นเป็นลายดอกไม้ลงรักบิดทอง บานประตูด้านนอกสลักเป็นรูปต้นไม้ ไม้ดอก และรูปนกลงรักปิดทอง ด้านในเป็นรูปฉัตร ๓ ชั้น บานหน้าต่างด้านนอกลายเช่นเดียวกับประตู แต่ปั้นด้วยปูน
พระวิหาร ขนาดเดียวกับพระอุโบสถ สร้างสมัยรัชกาลที่ ๓
หอระฆัง ก่อด้วยอิฐถือปูนแบบโบราณ ซ่อมใหม่ พ.ศ. ๒๔๖๘ เพิ่มหอนาฬิกาไฟฟ้า ๔ ด้าน ตีระฆังด้วยกระแสไฟฟ้า
ศาลาการเปรียญ ทรงไทยมุงกระเบื้อง ก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าง ๑๐.๖๘ เมตร ยาว ๑๘.๕๒ เมตร สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ พร้อมการสร้างวัด
กุฎิพระสงฆ์ จำนวน ๐ หลัง ซึ่งเป็นกุฎิตึกโบราณ ๑ หลัง ตึกคอนกรีตเสริมเหล็ก ๖ หลัง และสร้างด้วยไม้ ๓ หลัง
หอประชุมวีระนาวิน สร้างเมื่อ พ.ศ. ๕๕ เป็นอาคาร ๒ ชั้น ๔ มุข ใช้เป็นโรงเรียน ปริยัติธรรมและหอสมุดได้ด้วย
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดเครือวัลย์ นับว่ามีการศึกษาพระปริยัติธรรมเจริญพอสมควร มีผู้สอบบาลได้เป็นมหา เปรียญตั้งแต่ ป.ธ. ๓ ถึง ป.ธ. ๖ มีผู้สอบได้ศาสนศาสตร์บัณฑิตก็มี ปริญญาโทจากอินเดียก็มี ปัจจุบันมีนักเรียนบาลี ๘ รูป นักธรรม ๒๘ รูป มีโรงเรียนปริยัติธรรม ๑ แห่ง
การสาธารณสงเคราะห์ กองทัพเรือได้จัดสร้างฌาปนสถานของกองทัพเรือไว้ที่วัดเครือวัลย์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔
การบริหารและการปกครอง
นับแต่สร้างวัดมา มีเจ้าอาวาสปกครองวัดตามลำดับ คือ
๑. พระธรรมไตรโลกาจารย์ (จันทร์)
๒. พระเทพโมลี เอี่ยม (ธมม์สิริ)
๓. พระอรยก (พุ่ม) เปรียญ
๔. พระเทพกวี (นิ้ม) ป.ธ. ๔
๕. พระสมุทมุนี (เนตร)
๖. พระศิริธรรมมุนี (จาบ เขมโก) ป.ธ.
๗. พระธรรมจิตตญาณ (แจ่ม ทานโต)
๘. พระครูธรรมสารโสภณ (เขียว สุจิตฺโต)
๙. พระครูธรรมสารโสภณ (ห่วง จิตุตเลโข) ป.ธ. ๓
๑๐. พระราชธรรมสารโสภณ (เผื่อน สุมโน) ป.ธ. ๕
๑๑. พระราชปัญญากวี (สุบิน เขมิโข) ป.ธ. ๖ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ดำรง ตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นต้นมา นอกจากจะมีพระราชปัญญากวี เป็นเจ้าอาวาสปกครองแล้ว ยังมีผู้ช่วยเจ้าอาวาส เพื่อ ช่วยบริหารงานภายในวัดอีกคือ พระครูโชตปัญญาวิสิฏฐ์ (ชลอ โชตปญฺโณ) ป.ธ. ๕ และ พระครูวุฒิญาณประสาร (บุญไชย กนุติโก) ป.ธ. ๔
แต่ก่อนได้แบ่งการปกครองออกเป็น ๓ คณะคือ คณะต้น คณะกลาง และคณะท้าย มีกุฎิไม้เป็นส่วนมาก ปัจจุบันเป็นกุฎิตึกแถว เปลี่ยนในสมัยพระราชธรรมสารโสภณ