วัดหน้าพระเมรุราชิการาม
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดหน้าพระเมรุราชิการาม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ท. ๗๖ ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อคลองสระบัว ทางสาธารณประโยชน์และที่ดินเอกชน ทิศใต้ ติดต่อทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออกติดต่อคลองสระบัว ทิศตะวันตกติดต่อทางสาธารณ- ประโยชน์ ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ดอน
บริเวณที่ตั้งเขตสังฆาวาสเป็นที่ลุ่มเล็กน้อยตั้งอยู่ ริมคลองสระบัว เขตพุทธาวาสเป็นที่ดอนถึงฤดูน้ำหลากมาโดยปกติน้ำท่วมไม่ถึง
ความเป็นมา วัดหน้าพระเมรุราชิการาม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันโดยมากว่า "วัดหน้าพระเมรุ" พระองค์อินทร์ในสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ รัชกาลที่ ๑๐ แห่งกรุงศรีอยุธยาสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๐๔๖ ในเนื้อที่กว้าง ๓ เส้น ๑๑ วา ยาว 6 เส้น ๖ วา พร้อมนี้ก็ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน ปีเดียวกัน และประทานนามว่า "วัดหน้าพระเมรุราชิการาม"
ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดินของวัดเป็นที่ดินตั้งวัด ๒๒ ไร่ ๒ งาน ๒๑ ตารางวา และ ที่ธรณีสงฆ์มีอยู่ ๓ แปลง คือ แปลงที่ ๑ ตั้งอยู่ที่ตำบลสามบัณฑิต อำเภออุทัย
จังหวัด พระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ ๔๓ ไร่ ๒ งาน โฉนดเลขที่ แปลงที่ ตั้งอยู่ที่ตำบล สามบัณฑิต อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ ๓๐ ไร่ ๒ งาน ๖๒ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๖๑๓๔ แปลงที่ ๓ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัด พระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ ๒ งานเศษ โดยมีชื่อร่วมกับบุคคลอื่นอีก ๓ คน และวัดนี้มีโบราณ สถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญดังนี้
พระอุโบสถสร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. ๒๐๕๖ กว้าง ๘๐ เมตร ยาว ๑๖ เมตร พระองค์อินทร์ในสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ รัชกาลที่ ๑๐ เป็นผู้สร้าง ภายในประดิษฐาน พระประธานเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย ทรงเครื่องพระมหากษัตริย์ สมัยกรุงศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง ๓ เมตร สูง ๑๖ เมตร มีพระนามว่า "พระพุทธนิมิต วิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ" พระวิหารหลังเดิม (วิหารขาว)
สร้างพร้อมกับพระอุโบสถโดยผู้สร้างองค์เดียวกัน ก่ออิฐถือปูนเช่นเดียวกับพระอุโบสถ พระประธานเป็นพระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัยชำรุดทั้งองค์ เป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน จนถึง พ.ศ. ๒๖๓ นางเลื่อน วีรวัฒน์ มีศรัทธาปฏิสังขรณ์ ขึ้นใหม่ ปัจจุบันนำมาประดิษฐานอยู่ในกุฏิเจ้าอาวาส และผู้ปฏิสังขรณ์ถวายพระนามว่า หลวงพ่อแสน
ส่วนในพระวิหารพระครูพุทธวิหารโศภน (เลี้ยง) อดีตเจ้าอาวาสได้ปั้น พระพุทธรูปปางพุทธลีลาประดิษฐานไว้แทน พระวิหารสรรเพชญ์ ตั้งอยู่ด้านข้างพระอุโบสถ นิยมเรียกกันว่า วิหารพระคันธารราฐ หรือวิหารเขียน เพราะมีภาพเขียนภายในพระวิหาร พระยาไชยวิชิต (เผือก) เป็นผู้สร้าง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๑ ในรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และได้อัญเชิญพระพุทธรูปติลาประทับนั่ง ห้อยพระบาท พระนามว่า "พระคันธารราฐ" มาประดิษฐานเป็นพระประธานในวิหาร เป็น พระพุทธรูปสมัยทวาราวดี สร้างระหว่าง พ.ศ. ๑๐๐๐-๑๒๐๐ มณฑปนาคปรก ตั้งอยู่ด้านหน้าพระวิหารสรรเพชญ์
สร้างพร้อมพระวิหารสรรเพชญ์ โดยผู้สร้างคนเดียวกัน พระประธานเป็นพระพุทธรูปศิลานาคปรก ปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ กรมศิลปากรนำไปเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ก็มี ศาลาการเปรียญ, หอไตร, กุฏิสงฆ์, ศาลาตักบาตร เป็นต้น
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดนี้มีโรงเรียนปริยัติธรรมสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีนักเรียน ปริยัติธรรม ๑๕ รูป
การบริหารและการปกครอง
• เจ้าคุณพระปรากรมมุนี
เป็นเจ้าอาวาสสมัยกรุงศรีอยุธยา
และตั้งแต่รูปปีต เป็นต้นไป เป็นเจ้าอาวาสสมัยรัตนโกสินทร์ ๒. เจ้าคุณพระมงคลเทพมุนี ๓. พระครูรัตนาภิรมย์ ๔. พระครูพุทธวิหารโศภน (เกิด) ๕. เจ้าคุณพระพุทธวิหารโศกน (อินทปญฺโณ) พ.ศ. ๒๔๖-๒๔๗๔ ๖. พระครูพุทธวิหารโศภน (พุทธรกขิตฺโต) พ.ศ. ๒๔๗๕-๒๕๘๑ ๗. พระครูพุทธวิหารโศภน (อนุกมุปิโก) พ.ศ. ๒๔๘๑-๒๔๙๐ ๘. พระมหามนู (เขมวทุฒโน) พ.ศ. ๒๔๐-๒๔๔๒ ๙. พระครูพุทธวิหารโศภน (ฉินุนราโค) พ.ศ. ๒๕๒ ถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีพระภิกษุ จำนวน ๒๕ รูป และชีจำนวน ๑๔ คน