วัดสุวรรณดาราราม
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดสุวรรณดาราราม เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ก. ๕ ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาณาเขต ทิศเหนือและทิศตะวันตก ติดต่อที่ราชพัสดุ ทิศใต้ติดต่อน้ำบาสัก ทิศตะวันออก ติดต่อแม่น้ำบาสักและถนนอู่ทอง ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไป บริเวณที่ตั้งวัดเป็นหลุม บ่อ คูน้ำ และลำคลอง
ความเป็นมา วัดสุวรรณดาราราม เดิมชื่อ "วัดทอง" ตามชื่อผู้สร้างวัดนี้ คือ สมเด็จพระปฐมบรม- มหาชนก (ทองดี) พระราชบิดาในรัชกาลที่ ๑ โดยสร้างในแผ่นดินของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บรมโกษฐ์ สมัยกรุงศรีอยุธยา ครั้นปี พ.ศ. ๒๑๒๕ รัชกาลที่ ๑ ได้โปรดให้จัดการปฏิสังขรณ์ วัดทองนี้ ใหม่หมดทั้งอารามเพราะของเดิมได้ถูกไฟเผาและรื้อทำลายไปหมด ครั้งกรุงศรีอยุธยา แตก ซึ่งการปฏิสังขรณ์ครั้งนี้เท่ากับสร้างใหม่นั่นเอง และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัด สุวรรณดาราราม" และโปรดให้มีพระสงฆ์มาจำพรรษาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๒๘ เป็นต้นมาและในรัชกาล ต่อมาก็ได้มีการสร้างปูชนียวัตถุเพิ่มเติมขึ้นมา เช่น ศาลาการเปรียญสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๒-๓ และพระวิหารสร้างในรัชกาลที่ ๒ เป็นต้น และได้มีการปฏิสังขรณ์ในรัชกาลต่อมาจนปัจจุบัน
ทรัพย์สิน วัดนี้มีที่ดินตั้งวัด ๗๑ ไร่ ๓ งาน ที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๓ แปลงด้วยกัน คือ
แปลงที่ ๑ อยู่ที่ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ ๒๖ ไร่ ๓ งาน ๒๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๗๖๕
แปลงที่ ๒ อยู่ที่ตำบลลำตาเสา อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ ๖๔ ไร่ ๒ งาน ๘๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๗๓๖๔
แปลงที่ ๓ อยู่ที่ตำบลหงษ์นไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๔๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๖๒๘
แปลงที่ ๔ อยู่ที่ตำบลบ้านอ้อย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ ๑๑ ไร่ ๒๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๑๘๓
แปลงที่ ๒ อยู่ที่ตำบลเข้าเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ ๓ ไร่ ๓ งาน ๗๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๘๑๑
ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุของวัดมีดังนี้ คือ
พระอุโบสถ สร้างในรัชกาลที่ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘ เป็นรูปทรงกลางอ่อนคล้ายเรือ สำเภา หน้าบันมีรูปนารายณ์ทรงครุฑ ก่ออิฐถือปูน พระประธานในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปาง- มารวิชัย และหน้าพระอุโบสถมีต้นโพธิ ซึ่งรัชกาลที่ ๔ ได้นำหน่อโพธ์มาจากประเทศอินเดีย ปลูกไว้ และยังมีภาพเขียนพระนเรศวรกู้อิสรภาพ สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งหาดูได้ยาก
พระวิหาร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๖ ในรัชกาลที่ ๔ และโปรดให้ช่างจำลองพระแก้วมรกต ทำด้วยศิลามาประดิษฐานเป็นพระประธานในวิหาร
พระเจดีย์ใหญ่ สร้างในรัชกาลที่ ๕ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ศาลาการเปรียญ สร้างในรัชกาลที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๒ ก่ออิฐถือปูนและมาเสร็จ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๓ ในรัชกาลที่ ๓ ศาลาการเปรียญนี้กว้าง ๖ วา ๑ ศอก ยาว ๑๓ วา ๑ ศอก
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
การศึกษาในวัดนี้ เข้าใจว่าแต่เดิมคงสอนกันตามแบบโบราณ เรียกกันว่าสอนหนังสือวัด เมื่อถึงสมัยพระสุวรรณวิมลศีล (หนู) เป็นเจ้าอาวาสได้จัดตั้งโรงเรียนสอนภาษาไทยขึ้น ใช้ศาลา การเปรียญเป็นสถานที่เรียนและได้ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยในสมัยพระศรีสุธรรมมุนี
ต่อมานางกิมล์ กิจจาทร ได้อุทิศเงินสร้างโรงเรียนสอนภาษาบาลีและสอนนักธรรมขั้นอีกแผนก หนึ่ง ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีนักเรียนบาลี ๒ รูป และนักธรรม ๖ รูป
การบริหารและการปกครอง ปัจจุบันเจ้าอาวาสวัดสุวรรณดารารามชื่อ พระสุวรรณวิมลศีล (ลำพาย) และพอจะลำดับ เจ้าอาวาสตั้งแต่แรกจนปัจจุบันได้ ดังนี้ เจ้าอาวาสรูปที่ ๑ ถึงรูปที่ ๔ ในครั้งรัชกาลที่
ไม่ปรากฏหลักฐานว่าชื่ออะไร มาปรากฏหลักฐานรูปที่ 2 เป็นต้นมา คือ ๕. พระสุวรรณวิมลศิล (สาธุ) ๓. พระสุวรรณวิมลศิล (มิ) ๗. พระสุวรรณวิมลศีล (หนู) ๘. พระสุวรรณวิมลศิล (ดิษ) ๖. พระสุวรรณวิมลศิล (ลับ) ๑๐. พระศรีสุธรรมมุนี (อาจ) ๑๑. พระราชสุวรรณโสภณ (โกย) ๑๒. พระสุวรรณวิมลศิล (ลำพาย) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีพระภิกษุจำนวน ๓๔ รูป และสามเณรจำนวน ๑ รูป