วัดสังข์กระจาย
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดสังข์กระจาย เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๐๔ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
อาณาเขต ทิศเหนือติดคลองบางกอกใหญ่ มีระยะทางยาวไปตามริมฝั่งคลองบางวัวทองถึงเขตหลังวัด ๓๓๒ เมตรเศษ ทิศใต้ติดต่อคลองบางกอกใหญ่มีความยาวของระยะทางริมคลองข้างวัดประมาณ ๓๓๒ เมตร ทิศตะวันออกติดต่อคลองบางกอกใหญ่ตามแนวเชื่อมมีระยะทาง ๑๕๕.๕๐ เมตร และทิศตะวันตกติดกับซอยวัดสังข์กระจายมีความกว้าง ๑๕ เมตร
ลักษณะพื้นที่ ราบลุ่มในสมัยก่อนน้ำท่วมถึง แต่ปัจจุบันนี้ได้ถมดินทรายให้สูงขึ้นจนน้ำท่วมไม่ถึง จัดให้มีสนามหญ้าเขียวขจีเป็นที่สวยงามแก่วัด
ความเป็นมา
วัดสังข์กระจายเป็นวัดโบราณสร้างขึ้นระหว่างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และสมัยกรุงชนบุรีคอนต้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้สถาปนาใหม่ เพื่อพระราชทานแก่คุณจอมแว่นหรือคุณเสือพระสนมเอกของพระองค์ และพระราชทานนามวัดว่า "วัดสังข์กัจจายน์" ตามที่มีการขุดพื้นพระอุโบสถ และได้พบพระกัจจายน์กับสังข์ตัวหนึ่ง จึงเอามาเป็นชื่อวัดและได้ถือเอาเนื้อที่กว้าง 85 เมตร ยาว 332 เมตร ของวัดเป็นวิสุงคามสีมาด้วย
รัชกาลที่ 2 ได้โปรดให้ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ และเจ้าจอมแว่นได้อุทิศสวนของตนซึ่งอยู่ติดกับเขตวัดให้เป็นสมบัติของวัดด้วย ครั้นถึง พ.ศ. 63 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้โปรดให้ปรับปรุงปฏิสังขรณ์ใหม่หมดทั้งพระอาราม โดยการสร้างกุฎใหม่เรียงรายล้อมหอฉัน รวมทั้งสร้างศาลาการเปรียญ หอระฆัง กับศาลาท่าน้ำอีก 5 แห่งด้วย ซึ่งบัจจุบันนี้ทางวัดได้ปรับปรุงก่อสร้างและทำการพัฒนาวัดให้เป็นไปตามแบบแปลนที่สวยงาม ซึ่งได้ทำสืบเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ. 2452 ในยุคของพระครูอริยศิลาจารย์ (วรรณ ปณฺฑิโต) เป็นต้นมา
ทรัพย์สิน
อสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดินของวัดได้แก่เนื้อที่ตั้งวัด จำนวน 26 ไร่ งาน 40 ตารางวา และที่ธรณีสงฆ์ 5 แปลง ตั้งอยู่ที่ตำบลบึงซำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี มีเนื้อที่ดังนี้
แปลงที่ 1 มีเนื้อที่ 1.082 ไร่ 2 งาน 28 ตารางวา ตามโฉนดที่ ด เลขที่ 3 สารบาญเล่มที่ 1
แปลงที่ 2 มีเนื้อที่ 242 ไร่ 3 งาน 38 ตารางวา ตามโฉนดที่ 2 เลขที่ 1 สารบาญเล่มที่ 1
แปลงที่ 3 มีเนื้อที่ 200 ไร่ 12 ตารางวา ตามโฉนดที่ 3 เลขที่ 2 สารบาญเล่มที่ 1
แปลงที่ 4 มีเนื้อที่ 20 ไร่ 1 งาน 28 ตารางวา ตามโฉนดที่ เลขที่ 3 สารบาญเล่มที่ 1
แปลงที่ 5 มีเนื้อที่ 400 ไร่ 58 ตารางวา ตามโฉนดที่ 2 เลขที่ 4 สารบาญเล่มที่ 1
แปลงที่ 6 มีเนื้อที่ 11 ไร่ 4 ตารางวา ตามโฉนดที่ 620 เลขที่ 0 สารบาญเล่มที่
โดยมติมหาเถรสมาคมให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์จำนวน 2,625 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวาให้แก่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ของวัดสังข์กระจายไว้เพียง 20 ไร่เท่านั้น
ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุของวัดที่ควรกล่าวถึงได้แก่
พระอุโบสถ มีขนาดกว้าง 8.55 เมตร ยาว 4 เมตร หลังคาลด 2 ชั้น มุง กระเบื้องเคลือบดินเผา (แบบกาบกล้วย) ประดับช่อฟ้าใบระกา หน้าบันสลักลวดลายสวยงาม รวมทั้งส่วนประกอบอื่น ๆ ด้วย
พระประธาน เป็นพระพุทธรูปปั้นลงรักปิดทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 4 ศอก ฝีมือ ช่างในรัชกาลที่ ၃
ซุ้มใบเสมา สร้างเป็นรูปกุบบุหรี่ ใบเสมาคู่มีเจดีย์เหลี่ยมย่อไม้สิบสองอยู่มุมละองค์
หอระมัง เป็นของเก่าสร้างในรัชกาลที่ ๓ เป็นรูปสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน สูงประมาณ 7 เมตร ศาลาการเปรียญขนาดใหญ่ใต้ถุนสูง หลังคาลด 2 ชั้น ประดับช่อฟ้าใบระกา ซึ่งเป็น ศาลาที่สร้างขึ้นใหม่
พระวิหาร เป็นพระวิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงินประมาณ 50,000 บาท เป็นพระวิหาร ทรงไทยคอนกรีตก่ออิฐถือปูน กว้าง 7 เมตร ยาว 222.5 เมตร บนซุกชีภายในพระวิหารมี พระพุทธรูปทั้งยืนและนั่งรวม 24 องค์ นอกจากนี้ภายในพระวิหารยังประดิษฐานพระกัจจายน์จำลอง หน้าตักกว้าง ประมาณ 1 ศอก ไว้บนแท่น ซึ่งถือกันว่าหลวงพ่อพระกัจจายน์เป็นปูชนียวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ ของวัด และเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไป
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดสังข์กระจาย มีโรงเรียนปริยัติธรรมแห่งหนึ่ง โดยมีนักเรียนบาลี 12 รูป และ นักธรรม 21 รูป การสาธารณสงเคราะห์ที่ทางวัดจัดให้ประชาชนก็โดยการเผยแผ่ธรรมะเป็นประจำ และมี โรงเรียนทั้งระดับประถมและมัธยมสำหรับเยาวชนของชาติด้วย นอกจากนี้ที่ธรณีสงฆ์ซึ่งอยู่ติดกับเขตวัดก็ได้ให้ชาวบ้านเช่าปลูกอาคารอยู่อาศัย
การบริหารและการปกครอง เจ้าอาวาสที่ครองวัดสังข์กระจายมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันนี้มีจำนวน 8 รูป คือ ๑. พระเทพมุนี (ด้วง) ๒. พระครูมารวิชิต (ดา) ๓. พระเนกขัมมุนี (แสง) ๔. พระสังวรพิมล (มา) ๕. พระปรากรมมุนี (นวล) ถึงมรณภาพเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๕ ๖. พระอริยศีลาจารย์ (เอี่ยม) ๗. พระอริยศีลาจารย์ (แสง) ๘. พระอริยศีลาจารย์ (วรรณ) รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ. ๕๒ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๔ ถึง พ.ศ. ๒๔๖๘
และ
พระอริยศีลาจารย์ (เกษม สมบูรณ์) เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๐ จนถึง ปัจจุบัน ซึ่งมีจำนวนพระภิกษุ 48 รูป และสามเณร 1 รูป
การปกครองของเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๒ เป็นต้นมาถึงยุคปัจจุบันได้ชื่อว่าเป็นยุคพัฒนา เพราะได้พระนักพัฒนาเบ็นผู้บริหารวัดจึงก่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้ากว่าทุกยุคทุกสมัย ทั้งในด้านจิตใจและวัตถุโดยเฉพาะผลงานการก่อสร้าง ทั้งเสนาสนะ ภุฏิพระวิหาร ศาลา พระอุโบสถ และบริเวณวัดทั่วไปสะอาดเรียบร้อยสวยงามสมกับเป็นพระอารามหลวงทุกประการ