วัดศรีโคมคำ
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดศรีโคมคำ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๖๕๒ ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
อาณาเขตทิศเหนือติดกับหมู่บ้านเชิงดอยจอมทอง มีถนนพหลโยธินคั่นกลาง ทิศใต้ ติดกับกว้านพะเยา ทิศตะวันออกติดกับถนนพหลโยธิน และทิศตะวันตกติดกับหมู่บ้านและ กว้านพะเยา
วัดนี้ตั้งอยู่ชายฝั่งกว้านพะเขามีสภาพลุ่ม ๆ ดอน ๆ มีกอไผ่และไม้ยืนต้นหลายชนิดขึ้นอยู่ รอบ ๆ ระหว่าง พ.ศ. ๒๘๘๓-๒๔๘๔ กรมประมงได้สร้างประตูกักน้ำกว้านไว้น้ำจึงเอ่อท่วม กว้าน ทำให้บริเวณวัดศรีโคมคำจมอยู่ในน้ำตลอดมา แต่ได้รับการพัฒนาโดยได้รับงบประมาณ จากกรมการศาสนา ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๑๖ เป็นจำนวนเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ปรับปรุง บริเวณพื้นที่ทำให้ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นอีก ๑๑,๐๐๐ ตารางเมตร
ความเป็นมา
วัดศรีโคมคำ เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๐๖๗ จากหลักฐานแผ่นศิลา จารึกแผ่นที่ ๒ ที่ค้นพบอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดลำพูน
วัดศรีโคมคำมีสภาพเป็นวัดร้างอยู่นาน เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองระหว่างไทยกับพม่า ทำสงครามกันบ่อย ๆ จนถึง พ.ศ. ๒๓๑-๒๔๔๘ เจ้าผู้ครองเมืองพะเขาแต่ละสมัยได้ก่อสร้าง บูรณะปฏิสังขรณ์วัดศรีโคมคำและพระเจ้าตนหลวงมาโดยตลอด แต่ก็อยู่ในสภาพที่ยังไม่เจริญ และตกอยู่ในสภาพรกร้างว่างเปล่าไม่มีภิกษุสงฆ์พำนักอาศัยอยู่ จนกระทั่งเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๕ ท่านครูบาศรวิชัย พร้อมด้วยภิกษุสามเณรและศิษย์ได้มาทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดศรี- โคมคำโดยมีพระครูศรีวิราชวชิรปัญญา เจ้าคณะอำเภอแห่งวัดราชคฤห์ ได้ย้ายมาปกครองวัด
ศรีโคมคำ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖ เป็นต้นมา และเจ้าอาวาสยุคต่อมาก็ได้ก่อสร้างบูรณะปฏิสังขรณ์ วัดศรีโคมคำให้เจริญขึ้นเป็นลำดับ
พ.ศ. ๒๕๐๙ กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณายกฐานะวัดศรีโคมคำให้ เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ซึ่งทางวัดได้ดำเนินการก่อสร้างและบูรณะพัฒนาวัด ทำให้ปูชนิยวัตถุและ สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ภายในวัดเจริญมั่นคงถาวรขึ้นเป็นอย่างดี จึงได้ดำเนินการขอยกฐานะขึ้นเป็น พระอารามหลวง
และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ๆ ให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๒๓ เป็นต้นมา
ทรัพย์สิน
ที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ ๒๔ ไร่ ๘ ตารางวา โฉนดที่ ๒๒๐
และมีที่ธรณีสงฆ์ ๓ แปลง คือโฉนดเลขที่ เล่ม เนื้อที่ ๑๘ ไร่ ๑ งาน ๑๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๒ เล่ม ๑ มีเนื้อที่ ๓ งาน ๕๑ ตารางวา และอยู่ที่บริเวณธาตุจอมทอง กำลังดำเนินการออกโฉนดอยู่ มีเนื้อที่ ๑๒ ไร่
ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุที่สำคัญของวัดได้แก่
พระเจ้าคนหลวง เป็นพระประธานขนาดใหญ่หน้าตักกว้าง ๑๘ เมตร สูง ๖๕ เมตร ปางมารวิชัย
พระวิหารหลังปัจจุบัน สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔ โดยท่านครูบาศรีวิชัย มีขนาดกว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๕๐ เมตร ก่อด้วยอิฐถือปูน มีลักษณะเป็นผิดปะแบบลานนาไทย ผู้ทำการ ก่อสร้างคือ ท่านครูบาศรีวิชัย
พระอุโบสถ ขนาดกว้าง ๓ เมตร ยาว ๘ เมตร ทรงศิลปะลานนาไทย
พระวิหารพุทธบาท ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๘ เมตร ทรงแบบมณฑปลานนาไทย
ศาลาบาตรหรือวิหารคด สร้างรอบบริเวณเขตพุทธาวาสทั้ง ๔ ด้าน ด้านใต้ ยาว ๔๘ วา ๓ ศอก ด้านตะวันตกยาว ๒๙ วา ๑ คีบ
กุฎิมี ๘ หลัง สร้างถาวรเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กและอาคารไม้
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ ทางวัดมีโรงเรียนปริยัติธรรม ๑ หลัง มีนักเรียนนักธรรม ๒๘ รูป และบาลี ๒๕ รูป นอกจากนี้ทางวัดยังจัดให้มีห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ และหอประชุม ซึ่งทางวัดใช้เป็นที่เผยแผ่หลัก ธรรมคำสั่งสอนให้แก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป
การบริหารและการปกครอง ลำดับเจ้าอาวาสตามหลักฐานที่พอสืบได้คือ
๑. พระครูศรีวิราชวชิรปัญญา เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๕-๒๔๘๗
๒. พระอธิการปัญญา (ตั่น อ้อยหวาน) เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๘-๕๐๔
๓. ครูบาแก้ว คนธวิโส ปกครองวัดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๔-๒๕๐๙
๔. พระโศภนธรรมุนิ (พวง ธมฺมปญฺโญ) รักษาการเจ้าอาวาสจนถึงวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๑๑ จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นมา
ปัจจุบันนี้วัดศรีโคมคำมีจำนวนพระภิกษุกำพรรษา ๒๐ รูป และมี สามเณร ๓๒ รูป