วัดวชิรธรรมสาธิต

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดวชิรธรรมสาธิต เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวิหาร ตั้งอยู่สุดซอย ๑๐๑/๑ เลขที่ ๑๑๕ แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร

อาณาเขตของวัดทิศเหนือติดกับทุ่งหญ้าที่ต่อออกไปถึงหมู่บ้านลิขิต ทิศใต้ติดกับถนนที่ แยกจากถนนสุขุมวิทเข้ามายังหน้าวัด และมีอาคารบ้านเรือนอยู่โดยตลอด ทิศตะวันออกติดกับ คลองเคล็ด และทิศตะวันตกติดกับโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต โดยมีถนนคั่นระหว่างวัดกับโรงเรียน

ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปเป็นบริเวณที่ราบลุ่มโดยตลอด เนื้อที่กว้างขวางร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ บริเวณวัดจัดไว้เป็นสัดส่วน

ความเป็นมา

วัดวชิรธรรมสาธิต หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดทุ่งสาธิต เดิมเป็นวัดราษฎร์ สร้างโดย นายวันดี คฤหบดี เชื้อชาติลาว เมื่อประมาณบี พ.ศ. ๒๕๘ มีเนื้อที่สร้างวัดตามหลักฐานเดิม ๑๒ ไร่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่กลางทุ่งระหว่างคลองเคล็ดกับคลองบ้านหลาย ชาวบ้านจึงเรียกว่าวัดทุ่ง หรือวัดกลางทุ่ง เป็นศูนย์กลางของชุมชนในละแวกนี้ และวัดทุ่งเจริญรุ่งเรืองอยู่ราว ๐ บี ก็ เสื่อมลงเพราะขาดผู้อุปถัมภ์ มีแต่คนเห็นแก่ได้ ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้ค่อยๆ หมดไป จน กลายสภาพเป็นวัดร้างในที่สุด

วัดทุ่งซึ่งกลายสภาพเป็นวัดร้างอยู่นานถึง 50 ปีเศษ ได้รับการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์ ตามมติมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๐๖ และตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการให้ยกวัดร้างเป็นวัดมีพระสงฆ์ เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๐๖ โดยพระอาจารย์สาธิต ฐานวโรแห่งวัดบางสุทธาราม บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินการ ได้ทำการปรึกษาร่วมกับพระธรรมปัญญาบดี (เจ้าคณะจังหวัดกรุงเทพฯ) และพระวินยานุวติคุณ (เจ้าคณะเขตพระโขนง) จนได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงปรึกษาร่วมกับฝ่ายฆราวาส มีนายมนตรี สุขกนิษฐ์ พ.อ. พระยาศรีวิศาลวาจา และหลวงจบกระบวนยุทธ ซึ่งได้รับเป็นประธานบูรณะวัดทุ่ง โดยได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากกรมการศาสนาด้วยดีเช่นกัน

ในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงยกช่อฟ้าพระอุโบสถ และยอดฉัตรพระเจดีย์จุฬามณีศรีลานนา และในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ ทั้งสองพระองค์ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงผูกพัทธสีมาพระอุโบสถด้วย

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า "วัดวชิรธรรมสาธิต" และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชราลงกรณี) ทรงรับวัดทุ่งสาธิตไว้ในพระอุปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๐๘

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชได้เสด็จไปทรงวางศิลาฤกษ์โรงเรียนปริยัติธรรมในวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๑๐ และในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๑๑ ก็ได้เสด็จไปวัดวชิรธรรมสาธิตอีกเพื่อทรงยกขอดฉัตรสังเวคเจดีย์และทรงวางศิลาฤกษ์พุทธวิหาร

วัดวชิรธรรมสาธิตได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พระบรมราชโองการลงวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๐๘

: มีเนื้อที่กว้าง ๒๔ ศอก & นิ้ว ยาว ๖๒ ศอก นิ้ว

ทรัพย์สิน

ที่ดิน ที่ตั้งวัด ไร่ และที่ธรณีสงฆ์ มีเนื้อที่ ๔ ไร่ อยู่ที่แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ปูชนียวัตถุ ถาวรวัตถุ และอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี

พระอุโบสถ สร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๕๑๒ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย พื้นปูด้วยไม้สัก ปากกาประตู หน้าต่างทำด้วยไม้สักที่แกะสลักอย่างสวยงาม ภายในมีแท่นพระปรางค์เจดีย์ ๓ องค์ และประดิษฐานพระประธาน

พระวิหาร สร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๕๑๑ ลักษณะเดียวกับพระอุโบสถ ส่วนพุทธวิหารจำลองจำลองแบบมาจากพระวิหารลายดำ จังหวัดเชียงใหม่

พระเจดีย์ใหญ่ สร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๕๘ จำลองแบบมาจากพระเจดีย์บรมธาตุศรีหริกุญชัย จังหวัดลำพูน และสังเวคเจดีย์ จำลองแบบมาจากพระเจดีย์พุทธคยาประเทศอินเดีย นอกจากนี้ ยังมีรัตนเจดีย์และจาตุรงคเจดีย์อยู่ตรงใจกลางของวัดอีก

ถาวรวัตถุที่ทางวัดดำเนินการจัดสร้างไปแล้วยังมีอีกเป็นจำนวนมาก เช่น หอระฆัง ศาลา รเปรียญ ศาลาไทย กุฏิ วิหารจูปั๊กกัง วิหารหลวงพ่อบู่ ตำหนักสมเด็จ ศาลาโสภณวชิรธรรม ระตูและกำแพงวัด ฯลฯ

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดวชิรธรรมสาธิตได้สนับสนุนการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรมแก่พระภิกษุสามเณร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยจัดให้มีโรงเรียนปริยัติธรรม สร้างเป็นตึกคอนกรีต ๒ ชั้น เรียนไทย ขณะนี้มีจำนวนนักเรียนนักธรรม ๔๒ รูป และบาลี ๓ รูป และโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต สังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ทำการเปิดสอนตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๑๐ เป็นต้นมา

การศึกษาในด้านปฏิบัติทางวัดก็จัดสถานที่ไว้ให้พร้อม เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย และต่างประเทศ โดยเฉพาะตึกอบรมวิปัสสนาชาวต่างประเทศ เป็นตึกคอนกรีต ๕ ชั้น บนดาดฟ้า เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ลอยฟ้า

นอกจากนี้ทางวัดยังได้จัดให้มีการสาธารณสงเคราะห์ต่าง ๆ เช่น เมรุณาปนสถาน เป็นต้น

การบริหารและการปกครอง

วัดวชิรธรรมสาธิต เดิมเป็นวัดร้างเมื่อได้รับการยกขึ้นเป็นวัดที่มีพระสงฆ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐ แล้ว ก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเป็นลำดับ จนได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๑๕ ทั้งนี้ก็เพราะความสามารถในการบริหารงานและการปกครองของเจ้าอาวาส รูปปัจจุบัน คือ พระโสภณวชิงธรรม (สาธิต ธานวโร) โดยเป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งสาชิตเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ และเป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวงขั้นกรี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีจำนวนพระภิกษุ ๑๐ รูป ส่วนสามเณรมีทั้งหมด ๔๐ รูป นอกจากนี้ยังมีชีปฏิบัติธรรมอีก ๓ คน