วัดราชบุรณะ

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดราชบุรณะ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๕๕ แขวง วังบูรพากิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ในเนื้อที่ทั้งสั้น & ไร่ & งาน มีอาณาเขตดังนี้

ทิศเหนือ ติดกับโรงเรียนวัดราชบุรณะ ที่ทำการไฟฟ้านครหลวง

ทิศใต้ ติดกับถนนจักรเพชร สะพานพุทธยอดฟ้า

ทิศตะวันออก ติดกับที่ทำการไฟฟ้านครหลวง

ทิศตะวันตก ติดกับถนนตรีเพชร โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ลักษณะพื้นที่ตั้งวัด เป็นพื้นที่ราบเสมอกัน

ความเป็นมา

วัดราชบุรณะ เดิมมีนามว่า "วัดเลียบ" เพราะเป็นวัดที่พ่อค้าชื่อนาม "เลียบ" สร้างขึ้น และมีต้นไม้เลียบอยู่เป็นจำนวนมาก ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดโดยประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 6 มกราคม 6 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๓ เนื้อที่กว้าง ๔ เมตร ยาว ๕๔ เมตร ประกอบพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ ธ. เมษายน ๒๕๒๔

วัดราชบุรณะ มีหลักฐานการสร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และมิฐานะเป็นวัดราษฎร์มา ตลอด จนกระทั่งถึงรัชกาลที่ ๑ ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากวมหลวงเทพหริรักษ์ได้มีพระราชศรัทธาบูรณะวัดเลียบ และทรงสถาปนาเป็นพระอาราม- หลวง โดยพระราชทานนามว่า "วัดราชบุรณะราชวรวิหาร" ต่อมารัชกาลที่ ๒ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ ให้นำพระพุทธรูปจำนวน ๑๖๒ องค์ มาประดิษฐานไว้รอบพระอุโบสถ และทรง สร้างพระวิหารไว้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวน ๘๐ องค์ และมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ตลอด

พัฒนาวัดในรัชกาลต่อ ๆ มา จนถึงรัชกาลที่ ๘ ในปี พ.ศ. ๒๔๘ วัดราชบุรณะได้ถูกภัยสงครามครั้งที่ ๒ เป็นเหตุให้ถาวรวัตถุที่สร้างขึ้นในอดีตเสียหายพังหลายหมด กระทรวงศึกษาธิการจึงประกาศยุบวัดราชบุรณะ เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๔๘๘ แต่พระคุณาจารวัต เจ้าอาวาสรูปบัจจุบัน พร้อมด้วยผู้มีจิตศรัทธาได้ทูลเกล้า ฯ ขอบูรณะวัดราชบุรณะอีก และได้รับพระราชทานอนุมัติให้ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๔๙๐ และกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ประกาศเพิกถอนประกาศยุบเลิก เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๔๙๑ เป็นต้นมา ตราบจนทุกวันนี้

ทรัพย์สิน

พระอุโบสถ เป็นถาวรวัตถุสร้างขึ้นโดยพระคุณาจารวัต เจ้าอาวาสรูปบัจจุบัน มีรูปแบบเป็นจตุรมุข ออกแบบโดยหลวงวิศาลศิลปกรรม และคัดแปลงแบบแปลนโดยพระคุณาจารวัต นายสง่า มยุระ เป็นผู้ออกแบบลวดลายทั้งหมดและบั้นรูปหน้าบัน หน้าต่างบานประตูและซุ้มเสมาแกะสลักอย่างสวยงาม ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระประธานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน เสด็จ ๆ ทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระประธานในพระอุโบสถ เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๐๓ และได้พระราชทานนามว่า "พระพุทธมหาราช" ส่วนพุทธลักษณะเป็นแบบพระพุทธชินราช หน้าตักกว้าง ๓ ศอกเศษ สูง ๕ ศอกเศษ

พระปรางค์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ฐานองค์พระปรางค์ก่ออิฐฉาบปูนประดับกระเบื้องเคลือบสีอย่างสวยงามมาก กว้างด้านละ ๑๕ วา ทั้งหมด ๔ ด้าน สูง ๑๖ วา ๒ ศอก นับว่าเป็นปูชนียวัตถุชิ้นเดียวของวัดราชบุรณะที่รอดพ้นจากภัยทางอากาศในสงครามโลกครั้งที่ ๒

ศาลาสมเด็จ เป็นศาลาตรีมุข ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ ยาว ๖๐ เมตร ลักษณะคล้ายศาลาราย แต่ยกพื้นสูง แบ่งเป็นสองตอน พระคุณาจารวัตร่วมกับคณะกรรมการสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘

นอกจากนี้ก็ยังมี พระพุทธรูปนิรโรคันตราย พระพุทธรูปหล่อรัชกาลที่ ๕ ตู้พระไตรปิฎกพร้อมหนังสือพระไตรปิฎก พิมพ์ ๑ จบ เป็นต้น

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

วัดราชบุรณะมีโรงเรียนปริยัติธรรม ด้านหลัง ประกอบด้วยนักเรียนปริยัติธรรมบาลี ๓๕ รูป

นักธรรม ๑๑ รูป เยาวชนด้วย

และยังมีโรงเรียนเทศบาลวัดราชบุรณะเป็นแหล่งศึกษาวิชาความรู้สำหรับ

การบริหารและการปกครอง ปัจจุบันเจ้าอาวาสชื่อ พระคุณาจารวัตร (เชียง) ซึ่งพอจะลำดับเจ้าอาวาสได้ ดังนี้ ๑. พระญาณไตรโลก สมัยกรุงธนบุรี ๒. พระพรหมมุนี สมัยรัตนโกสินทร์ ๓. สมเด็จพระนพรัตน์ (มี) พ.ศ. ๒๓๓๔-๒๓๕๙ ๔. สมเด็จพระสังฆราช (นาค) ๓๕--๓๙๒ ๕. พระธรรมวโรคม (สมบูรณ์) พ.ศ. ๒๔๐๒-๒๔๑๕ ๖. พระโพธิวงศาจารย์ (ผ่อง) พ.ศ. ๒๔๑๕-๔๑๖ ๗. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (แสง) พ.ศ. ๒๔๑๖-๒๔๕๖ ๘. พระราชโมลี (แจ่ม) พ.ศ. ๒๔๔๖--๔๔๘ ๙. พระธรรมดิลก (อิ่ม) พ.ศ. ๒๔๔๘-๒๔๖๖ ๑๐. พระราชโมลิ (ช้อน) พ.ศ. ๒๔๖๖-๔๖๘ ๑๑. พระธรรมดิลก (โสม) พ.ศ. ๒๕๖๘-๒๔๘๙ ๑๒. พระคุณาจารวัตร (เชียง) พ.ศ. ๒๔๙๕ ถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ วัดราชบุรณะมีพระภิกษุ ๒๔ รูป และสามเณรจำนวน ๓๕ รูป ตาม ปกติกิจวัตรประจำวันที่พระภิกษุสามเณรวัดราชบุรณะปฏิบัติอยู่ คือ ในเวลาเช้าได้มีการทำวัตรไหว้ พระในพระอุโบสถทุกวัน และในเวลาตอนเย็นมีการสวดมนต์ไหว้พระที่หอสวดมนต์ทุกวัน และ ทุกวันธรรมสวนะจะมีพระธรรมเทศนาในพระอุโบสถอยู่เสมอ

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร งานของวัด