วัดมหาธาตุ
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับบ้านเรือนราษฎรและเขตของวัดแก่นเหล็ก ทิศใต้ติดต่อกับบ้านเรือนราษฎรและซอยที่ติดต่อถนนดำเนินเกษม ทิศตะวันออกติดต่อกับถนนดำเนินเกษม และทิศตะวันตกติดต่อกับเขตวัดแก่นเหล็ก ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่สูงกว่าบริเวณโดยรอบ เป็นดินปนทราย ขุดลงไปพบซากอิฐปูน ซึ่งแสดงว่าวัดได้มีวิวัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัย บริเวณวัดแบ่งออกเป็น ๓ เขต คือ เขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาสและเขตที่ดินผลประโยชน์ของวัด
ความเป็นมา วัดนี้สร้างเมื่อใดใครเป็นผู้สร้างไม่มีหลักฐานปรากฏ สันนิษฐานกันว่าคงสร้างมาแต่สมัย สุโขทัย โดยดูจากพระพุทธรูป พระวิหารเล็ก และหน้าบันพระวิหารเล็ก เพราะมีลักษณะเป็น ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย วัดนี้เรียกกันมาแต่เดิมเป็นภาษาชาวบ้านว่า "วัดหน้า พระชาคู" หมายความว่าเป็นวัดที่สร้างอยู่หน้าพระชาติ อันหมายถึงพระปรางค์ที่บรรจุพระบรม สารีริกธาตุนั่นเอง การบูรณะปฏิสังขรณ์ไม่ปรากฏหลักฐาน ตกมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ใน ปัจจุบันได้ขุดบริเวณวัดลงไปพบซากอิฐปูนและสิ่งหักพังเป็นจำนวนมาก แสดงว่าวัดนี้เคยก่อสร้าง และซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้ง ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖ รัชกาลที่ ๔ ได้ทรงยกฐานะให้เป็น พระอารามหลวงและเปลี่ยนชื่อจาก "วัดหน้าพระชาคู่" เป็น "วัดมหาธาตุวรวิหาร" ในปัจจุบัน
ทรัพย์สิน วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 6 ไร่ • งาน 8 ตารางวา ที่ธรณีสงฆ์ไม่สามารถค้นหาหลักฐานได้ ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุที่สำคัญ ๆ มีดังนี้ พระปรางค์ 2 ยอด เป็นพระปรางค์แบบขอมสันนิษฐานว่าคงจะสร้างรุ่นเดียวกับปราสาท หินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา พระปรางค์วัดมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี ปราสาทหินเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ หรือสร้างภายหลังเล็กน้อยประมาณ พ.ศ. ๑๕๕๐-๑๕๐ สมัยที่ขอมเรื่องอำนาจ โดยองค์กลางสูง ๕๔ เมตร องค์เล็กทั้งทิศ สูงองค์ละ ๔ เมตร ฐานใหญ่วัดโดยรอบได้ ๑๒๐ เมตร ประกอบด้วยอิฐและศิลาแลงภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ นับว่าเป็นปูชนียวัตถุ ที่เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก พระวิหารหลวง เชื่อกันว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายสมัยพระเจ้าบรมโกศ (พ.ศ. ๒๒๗๕-๒๓๐๑) โดยสังเกตจากลวดลายปูนปั้น หน้าบัน ผนังก่ออิฐถือปูน ภายในเป็นที่ ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นที่นับถือกันจนใช้เป็นที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา เป็น พระโลหะหล่อปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง ๘ นิ้ว ลักษณะเดียวกับหลวงพ่อบ้านแหลมและหลวงพ่อ วัดเขาตะเครา นอกจากนี้ในพระวิหารหลวงยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่อีกหลายองค์ องค์ใหญ่ที่สุดหน้าตัก กว้าง ๓.๔๕ เมตร เป็นพระทรงเครื่องปูนบั้น
พระพุทธรูปสัมฤทธิ์
หน้าตักกว้าง ๘ นิ้ว ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร
สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะสมัยศรีวิชัยอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๘ พระพุทธบาทจ้าลองสร้างในสมัยพระอธิการหลุบ (พ.ศ. ๒๔๓๗-๒๔๔๗) เป็นต้น พระอุโบสถ สันนิษฐานว่าสร้างภายหลังพระวิหารหลวง รูปทรงไทย ก่ออิฐถือปูน เป็นสิ่งก่อสร้างฝีมือช่างสมัยอยุธยาตอนปลาย ลายปูนบั่นด้วยกรรมวิธีแบบโบราณ พระเจดีย์ใหญ่ เป็นเจดีย์ยอดปราสาทสี่หน้า ๒ องค์ สร้างในสมัยพระอธิการหลุบ (พ.ศ. ๒๔๓๗-๒๔๔๗ สมัยรัชกาลที่ x)
ศาลาการเปรียญ เดิมอยู่ติดกับหอระฆังภายหลังได้รื้อและสร้างขึ้นใหม่ราวตอนปลายสมัย พระเทพสุวรรณมุนี (พ.ศ. ๒๕๘-๒๕๑๒) เป็นเรือนครึ่งตึกครึ่งไม้ ทรงไทย หน้าบันแกะสลัก ลงรักปิดทอง
นอกจากนี้ก็มี วิหารโถงเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อยู่ทอง หอประชุมอเนกประสงค์ กุฎิถาวร จำนวน ๖ หลัง เป็นต้น
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดมหาธาตุมีสถาบันต่าง ๆ ตั้งอยู่ทั้งที่เป็นของวัดหรือสังกัดวัดและอาศัยวัดเป็นที่ตั้ง ทำการดังนี้ คือ โรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมแผนกนักธรรม สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ สมัย พระสุวรรณมุนี (ชิต) ภายหลังไม่ได้ใช้ และมาใช้โรงเรียนสอนปริยัติธรรมแผกบาลีรวมกับนักธรรม ด้วยสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ สมัยพระสุวรรณมุนี (ชิด) ศูนย์ศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ซึ่งเริ่ม ดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ โรงเรียนสุวรรณรังสฤษฎ์วิทยาลัยตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ สมัยพระสุวรรณมุนี (ชิต) เป็นโรงเรียนราษฎร์ของวัด โรงเรียนผู้ใหญ่เมืองเพชรบุรี สำนักงาน สุวรรณมหาธาตุมูลนธ์ พุทธสมาคมจังหวัดเพชรบุรี สำนักสงฆ์จิตตวนาราม (เขากิว) สำนักสงฆ์ ศิริธรรม (ถ้าชี) เป็นต้น
การบริหารและการปกครอง
วัดมหาธาตุ เป็นวัดที่มีพระเดชผู้ทรงคุณธรรมและความสามารถ ทะนุบำรุงวัดและ กิจการพระศาสนาให้มั่นคงถาวร อำนวยประโยชน์ให้แก่พุทธศาสนิกชนสืบต่อมาหลายยุคหลาย สมัย เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันชื่อ พระศรีวชิรโมลี (บุญรวม)
ลำดับเจ้าอาวาสเท่าที่สามารถจะสืบค้นได้ดังต่อไปนี้คือ
๑. เจ้าอธิการถั่ว
๒. เจ้าอธิการแก้ว
๓. เจ้าอธิการวัด
๔. เจ้าอธิการครุฑ พ.ศ. ๒๔๐๖-๒๔๓๕
๕. เจ้าอธิการน้อย พ.ศ. ๒๔๓๕-๒๔๓๖
๒๔b 6. เจ้าอธิการหลุบ พ.ศ. ๒๔๓๗-๒๔๔๒ 7. พระครูอโศกธรรมสาร (โสก) พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๔๔๘ 8. พระสุวรรณมุนี (ซิต) พ.ศ. ๒๔๔๘-๒๔๘๗ 9. พระเทพสุวรรณมุนี (ผัน) พ.ศ. ๒๔๘๗-๒๕๑๒ ๑๐. พระศรีวชิรโมลี (บุญรวม) พ.ศ. ๕๑๒-ถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน มีพระภิกษุจำพรรษาจำนวน ๑๐๑ รูป สามเณรจำนวน ๓๕ รูป และชีจำนวน ๓๕ คน