วัดพระศรีมหาธาตุ

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดพระศรีมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมถนน พหลโยธิน ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๑๘ แขวงอนุสาวรีย์ (เดิมชื่อตำบลกุบแดง) เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ลักษณะพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า อาณาเขตทิศเหนือ ยาว ๑๒ เส้น 8 วา ติดถนน แจ้งวัฒนะ ทิศใต้ ยาว ๑๒ เส้น ๔ วา ติดที่ดินเอกชน ทิศตะวันออก ยาว ๗ เส้น ติดถนน พหลโยธิน และทิศตะวันตก ยาว ๖ เส้น ๑๘ วา ติดคลองชลประทาน

ความเป็นมา

วัดพระศรีมหาธาตุ ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นสำนักสงฆ์ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๔๘๔ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๔๘๔ มีเขตกว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ได้กระทำพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๔๘๕ และโปรดให้เป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๔๘๔ ในสมัยรัชกาลที่ ๘ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งขณะนั้นมียศและบรรดาศักดิ์เป็น พลตรี หลวงพิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้เสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๔๘๓ ให้สร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย และให้แล้วเสร็จทันในงานวันชาติ วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๘๔ สถานที่สร้างใกล้กับอนุสาวรีย์หลักสี่ เพื่อให้ศาสนาคู่กับประเทศชาติตลอดไป คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วลงมติเห็นชอบให้สร้างวัดนี้ และให้ชื่อว่า "วัดประชาธิปไตย" ในขณะกำลังดำเนินการพิจารณาจัดสร้าง รัฐบาลส่งคณะทูตพิเศษมี พลเรือตรี ถวัลย์ ชำรงนาวาสวัสดิ์ ซึ่งขณะนั้นมียศและบรรดาศักดิ์เป็น นาวาเอก หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นหัวหน้าไปเจริญสันถวไมตรีกับประเทศต่าง ๆ ในจักรภพอังกฤษภาคเอเชีย เมื่อคณะทูตเดินทางไปถึงประเทศอินเดียก็ได้ติดต่อขอพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และขอให้รัฐบาลอินเดียต้นพระศรีมหาโพธิให้ ๒ กิ่ง จากต้นที่สืบเนื่องมาแต่ต้นเดิมที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จประทับ ได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ พุทธคยาอินเดีย พร้อมทั้งดินจากสังเวชนียสถาน คือ ที่ประสูติ ที่ตรัสรู้ ที่ทรงแสดงปฐมเทศนา และที่ปรินิพพาน รัฐบาลอินเดียได้พิจารณาเห็นว่าประชาชนที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนามีอยู่ในนานาประเทศเป็นอันมาก แต่ประเทศเอกราชที่ยกย่องพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาทางราชการ และพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขของประเทศ ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ก็มีแต่ประเทศไทยประเทศเดียวเท่านั้น จึงได้มอบพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดค้นพบ ณ มหาสถูปธรรมราชิกะ และเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พร้อมทั้งกิ่งพระศรีมหาโพธิและดินจากสังเวชนียสถานให้ตามความประสงค์ รัฐบาลจึงได้ตกลงจะอัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดที่สร้างใหม่นี้ และเห็นว่าต้นพระศรีมหาโพธิกับพระบรมสารีริกธาตุเป็นศิริมงคลแก่วัดที่สร้างใหม่นี้ ถึงตกลงตั้งนามวัดว่า "วัดพระศรีมหาธาตุ"

วัดนี้รัฐบาลได้มอบให้ พลโท จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ซึ่งขณะนั้นมียศและบรรดาศักดิ์เป็น พันเอก หลวงเสรีเริงฤทธิ์ และหลวงวิจิตรวาทการ เป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง กรมศิลปากรโดย หลวงวิจิตรวาทการ กับพระพรหมพิจิต เป็นผู้ออกแบบ นายช่างกรมศิลปากร และกรมรถไฟเป็นนายช่างก่อสร้าง และได้เชิญผู้มีเกียรติอีกหลายท่านช่วยเหลือร่วมมือจนสำเร็จ ทำพิธีเป็ด และถวายเป็นเสนาสนะแห่งพระภิกษุสงฆ์ เมื่อวันที่ มิถุนายน ๒๔๕

ทรัพย์สิน

ที่ดินทั้งวัดมีเนื้อที่ ๘๓ ไร่ ๑ งาน ๖๐ ตารางวา นอกจากนั้นยังมีที่ดินสงฆ์อีก ๑๔๓ ไร่ ๑ งาน ๒๖ วา ตามโฉนดเลขที่ ๖๘, ๖๒, ๓, ๖๕๕, ๑๓๐, ๑๔๕๑, ๑๔๕๒, ๑๔๕๓, ๑๔๖๒, ๑๕๓, ๑๕๔๐, ๑๖๗๗, ๑๖๗๘, ๑๖๘๐, ๑๖๘๒, ๑๗๔๘, ๑๗๕๒, ๑๗๕๓, ๑๗๕๔, ๑๗๕๕, ๑๗๕๖

เสนาสนะสิ่งปลูกสร้างและปูชนียวัตถุสำคัญของวัด มีดังนี้ คือ

พระอุโบสถ เป็นแบบพระที่นั่งจตุรมุข มุขด้านหน้าหรือทางทิศตะวันออกเป็นทางเข้า

มุขด้านหลังหรือทางทิศตะวันตก เป็นที่ประดิษฐานพระศรีสัมพุทธมุน พระประธานในพระอุโบสถ มุขด้านใต้เป็นที่ตั้งอาสน์สงฆ์ มุขด้านเหนือเป็นที่นั่งสำหรับสาธุชน ต่อจากมุขด้านเหนือและใต้เป็นวิหารคดล้อมตัวพระอุโบสถ

ภายในวิหารคดมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ที่มีผู้ศักดิ์ธาสร้างถวายประดิษฐานอยู่ และตามมุขด้านต่าง ๆ มีอิตรกรรมฝาผนังเป็นรูปภาพจำลอง ปูชนียสถานที่สำคัญของทุก ๆ ภาคในประเทศไทย เช่น ภาพจำลองพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร เป็นต้น

พระเจดีย์ศรีมหาธาตุ เป็นเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่หน้าพระอุโบสถ สูง ๓๘ เมตร สร้างไว้เป็นเจดีย์ ๒ ชั้น ชั้นนอกเป็นเจดีย์องค์ใหญ่ ชั้นในเป็นเจดีย์องค์เล็ก ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับจากรัฐบาลอินเดียทำพิธีบรรจุ เมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๘๔ ระหว่างผนังด้านในของเจดีย์องค์ใหญ่กับเจดีย์องค์เล็ก มีทางเดินได้รอบองค์เจดีย์ ส่วนผนังเจดีย์องค์ใหญ่ด้านในทำเป็นช่องไว้ ๑๑๒ ช่อง เพื่อบรรจุอัฐิของผู้ที่ทำประโยชน์อันใหญ่ยิ่งแก่ประเทศชาติ ซึ่งรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรเห็นสมควร

พระศรีสัมพุทธมุนี พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยปางมารวิชัย หน้าตัก ๔๒ นิ้ว เดิมประดิษฐานอยู่ที่วังหน้า รัฐบาลโดยมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็น นายกรัฐมนตรี ได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดนี้ แทนพระพุทธสหิงค์ซึ่งถูกอัญเชิญกลับไปไว้ ณ พระที่นั่งขุทไธศวรรย์ บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

ต้นพระศรีมทาโพธิ ซึ่งได้รับจากรัฐบาลอินเดียได้ทำพิธีปลูก เมื่อ ต๑ สิงหาคม ๒๕๘๔ โดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี

อยู่บนเกาะรูปกลมด้านตะวันออกหน้าพระเจดีย์ ศรีมหาธาตุ

ศาลาการเปรียญ เป็นแบบทรงไทยจตุรมุขสองชั้น กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๕ เมตร ชั้นล่างเป็นห้องโถงสำหรับบำเพ็ญกุศลและเป็นที่ประชุม ชั้นบนแบ่งเป็น 3 ห้อง ใช้สำหรับเป็นห้องเรียนพระปริยัติธรรมของพระภิกษุสามเณร และสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์แก่เยาวชนชายหญิง ออกแบบโดยนาวาอากาศเอก รังสี วรภากร เป็นสถาปนิก นาวาอากาศเอก สุพงษ์ แย้มศิริ เป็นวิศวกร นาวาอากาศตรี อาวุธ ประจำเมือง เป็นผู้เขียนแบบ ดำเนินการก่อสร้างครั้งแรก เมื่อ ๒๒ กันยายน ๒๕๑๐

สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ สมเด็จพระมหาวรวงศ์ ติสสมหาเถระ

เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุรูปแรก และปฐมสังมนายก จึงให้ตั้งชื่อว่าตึกติสสมหาเถระ ก่อสร้างสำเร็จและเปิดใช้ในวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ นอกจากนั้น ยังมีเสนาสนะสิ่งปลูกสร้างอื่นอีก คือ หอระมัง, หอกลอง, กุอิ และหอวีรชน

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดนี้มีการสอนพระปริยัติธรรมและสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์

นอกจากนั้นยังมีห้องสมุดและห้องเก็บโบราณวัตถุของวัด อันเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าอีกด้วย

การบริหารและการปกครอง วัดนี้มีเจ้าอาวาสปกครองจนถึงปัจจุบัน รวม ต รูป คือ ๑. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) ๒. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมุมธโร) ๓. พระเทพสุเมธิ (แสวง วิมโล) ๔. พระราชธรรมสุธี (สมัย ปกสุสโร) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน.