วัดพระมหาธาตุ

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อถนนมังคุด ทิศใต้ติดต่อถนนพระลาน ทิศตะวันออกติดต่อ ถนนราชดำเนิน ทิศตะวันตกติดต่อหลังพระบรมธาตุ ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง พื้นดินเป็นดินทราย บริเวณวัดมีต้นมะพร้าวและ ไม้เบญจพรรณต่าง ๆ ปกคลุมอยู่ทั่วไป

ความเป็นมา วัดพระมหาธาตุสร้างเมื่อใดและใครเป็นผู้สร้างยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน

การบำรุง รักษาโบราณวัตถุ โบราณสถานภายในวัดเจ้าผู้ครองนครร่วมกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นที่ เคารพนับถือของประชาชนช่วยกันบูรณะปฏิสังขรณ์เป็นครั้งคราว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสเมืองนครศรีธรรมราช ทรงเห็นว่าควรมีพระสงฆ์มาดูแลวัดพระมหาธาตุเป็นประจำ จึงรับสั่งให้ผู้ครองเมืองนิมนต์พระสงฆ์มาอยู่ ซึ่งมีพระครูวินัยธร (นุ่น) เป็นหัวหน้าให้มาอยู่ จำพรรษา ดูแลรักษาวัดตลอดมาจนถึงปัจจุบัน และได้พระราชทานนามว่า "วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร" เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ ในเนื้อที่กว้าง ธ วา ยาว ๓๑ วา

ทรัพย์สิน เนื้อที่ตั้งวัดมีทั้งสิ้น ๓๖ ไร่ ๒ งาน ที่ธรณีสงฆ์มีทั้งหมด แปลง แปลงที่ ๑ อยู่ที่ตำบลปากนคร อำเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช มีเนื้อที่ ๘ ไร่ แปลงที่ ๒ อยู่ที่ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

มีเนื้อที่ ๖ ๕ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๘๕๗ แปลงที่ ๓ อยู่ที่ตำบลลานสกา อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเนื้อที่ ๓๕ ไร่ ๑ งาน ๑๔ ตารางวา และแปลงที่ ๔ อยู่ที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา มีเนื้อที่ ๗๗.๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๖๖๖

ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุที่สำคัญของวัดมีดังนี้

พระอุโบสถ ชาวเมืองนิยมเรียกกันว่า พระวิหารหลวงเชื่อว่าสร้างตั้งแต่สมัยสุโขทัย กว้าง ๗ วา ๑๐ นิ้ว ยาว ๒ วา ๑ ศอก ๔ นิ้ว สูง ๑๒ วา ๓ ศอก ๔ นิ้ว

พระประธานในวิหารหลวงชื่อ "พระศรีกิยะมุนีศรีธรรมราช" ปางมารวิชัยสมัยอยุธยาตอนต้น มีพระพุทธรูปสาวกนั่งซ้าย-ขวา และพระวิหารหลวงนี้ซ่อมแซมครั้งสุดท้าย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗

พระบรมธาตุเจดีย์ พระมหาธาตุเจดีย้องค์เดิมซึ่งอยู่ในภายในองค์ที่เห็นบัจจุบัน เชื่อว่าสร้างขึ้นตามลัทธิทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน เมื่อราว พ.ศ. ๑๓๐๐ สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมของชาวศรีวิชัย องค์พระมหาธาตุเจดีย์เป็นรูประฆังคว่ำหรือทรงโอคว่าปากระฆังติดกับพื้นกำแพงแก้ว มุมกำแพงแก้วทั้ง ๔ ทิศมีพระมหาธาตุจำลองสูงจากพื้นดินถึงยอด ๓๗ วา (บางแห่งว่า ๓๘ วา ๒ ศอก) มีปล้องนอกปล้องตั้งแต่บัวคว่ำบัวหงายถึงปทุมโกษฐ์หุ้มด้วยทองคำแผ่นหนา ขนาดใบตาลมีลวดทองคาดไว้ เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างยิ่ง

พระวิหารพระทรงม้า ตำนานกล่าวว่า นายพลิติ มายพลิมุ่ย เศรษฐีลังกาเป็นผู้สร้างอยู่ติดกับองค์พระมหาธาตุเจดีย์ด้านทิศเหนือ พระวิหารนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "วิหารพระมหาภิเนษกรมณ์"

พระพุทธบาทจำลอง เป็นแผ่นศิลาสลักจำลองพระพุทธบาท ซึ่งเป็นของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พร้อม ณ นคร) ยาว ๗๔ นิ้ว กว้าง ๔ นิ้ว พระรัตนชัชมุข (ม่วง) พระครูกาแก้ว (สี) พระยารณชัยชาญยุทธและผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยนั้นร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๐

นอกจากนี้ก็มีวิหารเขียน ซึ่งบัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑสถานของจังหวัดนครศรีธรรมราช วิหารโพธิ์ลังกา วิหารสามจอม ศาลาศรีพุทธิสารใช้เป็นที่พักพระอาคันตุกะและพุทธศาสนิกชนที่มานมัสการพระบรมสาร์ริกธาตุ เป็นต้น

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

การศึกษาอบรมสำหรับพระภิกษุสามเณรและศิษย์วัด เดิมจัดการศึกษาอบรมตามแบบโบราณ ครั้นการศึกษาเจริญขึ้นทั้งพุทธจักรและอาณาจักรทางวัดได้จัดตั้งสำนักเรียนนักธรรมและบาลีขึ้น ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนปริญญาธรรม ๑ แห่ง ในบัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีนักเรียนบาลีจำนวน ๕๖ รูป และนักเรียนธรรมจำนวน ๖ รูป นอกจากนี้ทางวัดได้พยายามส่งเสริมโดยการคัดเลือกนักเรียนที่เรียนดีเข้าไปศึกษาในกรุงเทพฯ ในนามของวัดพระมหาธาตุหลาย ๆ รูปเป็นลำดับมา

การบริหารและการปกครอง

การปกครองพระภิกษุสามเณรในวัดแบ่งเป็น ๒ คณะ เรียกว่า คณะเหนือ คณะใต้ มี รองเจ้าอาวาสและผู้ช่วยเจ้าอาวาสเป็นผู้ควบคุมดูแลในคณะนั้น ๆ ส่วนการควบคุมดูแลจัดการ ศาสนสมบัติของวัดนั้น มีคณะกรรมการจัดประโยชน์ของวัดซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของเจ้าอาวาส ดำเนินการอยู่

เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันชื่อพระราชวินัยเวที (โอภาโส)

ลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่องค์แรกจนปัจจุบันเท่าที่มีหลักฐานดังนี้

๑. พระวินัยธร (นุ่น)

๒. พระครูปลัดแก้ว

๓. พระญาณเวที (ยติกเถร ลือ เปรียญ) ๔. พระรัตนธัชมุนี (คณธาภรุโณ แบน เปรียญ) พ.ศ. ๒๔๗๐-๒๕๒๑ ๕. พระราชวินัยเวที (โอภาโส) พ.ศ. ๒๕๒๑ ถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีพระภิกษุจำพรรษาจำนวน ๓๕ รูป สามเณรจำนวน ๕๑ รูป และชีจำนวน ๖ คน