วัดพระปฐมเจดีย์
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดพระปฐมเจดีย์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ เลขที่ ๒๗ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อถนนซ้ายพระ ตลาดนครปฐม ทิศใต้ติดต่อซอย ส.ส. สระหีบ บ้านราษฎร ทิศตะวันออกติดต่อถนนหน้าพระ สำนักงานเทศบาลเมืองนครปฐม ที่ราชพัสดุ และทิศตะวันตกติดต่อถนนหลังพระ ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองนครปฐม ตึกแถว บ้านราษฎร ปั๊มน้ำมัน สระกระเทียม
ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไป เป็นที่ราบต่ำ น้ำท่วมเป็นบางแห่งเมื่อฝนตกหนัก แบ่งที่ตั้งวัด เป็น ๒ เขต คือ เขตพุทธาวาส และเขตสังฆาวาส
ความเป็นมา
วัดพระปฐมเจดีย์ เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแต่โบราณ ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า "วัดใหญ่" สันนิษฐานว่าวัดนี้คงสร้างมาก่อน พ.ศ. ๓๕๐ อาศัยการสันนิษฐานของ ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล ว่าองค์พระปฐมเจดีย์ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๓๕๐ ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช แห่งประเทศอินเดีย สมัยโบราณ ทรงจัดส่งพระสมณทูตมาประกาศพระศาสนาในสุวรรณภูมิ ดังนั้นจึงเชื่อได้แน่นอน ว่าองค์ปฐมเจดีย์องค์แรกที่สร้างขึ้นในประเทศไทย และมีพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมา- สัมพุทธเจ้าบรรจุอยู่ พระเจดีย์ของเดิมสูง ๑ วา ๒ ศอก รูปทรงแบบโอ ต่อมาในสมัยรัชกาล ที่ ๔ ได้ทรงเริ่มการบูรณะปฏิสังขรณ์ทำเป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่มหามาครอบพระเจดีย์องค์เดิม โดย เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๕ แต่ยังไม่ทันยกยอดด้วยสวรรคตเสียก่อน ใน พ.ศ. ๒๔๑๑ ในรัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินมายกยอดพระปฐมเจดีย์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๓ แล้วทรงปฏิสังขรณ์
มเติมอีกมากมาย รูปปัจจุบันจึงเป็นรูประฆังควายยอดแหลมของรัชกาลที่ ๔ ครอบระฆังคว่ำยอด ของพระยาพาน องค์พระปฐมเจดีย์นี้นำชื่อเสียงมาสู่วัดพระปฐมเจดีย์เป็นอันมาก เป็นที่ รู้จักของชนชาวไทยและต่างประเทศแพร่หลายทั่วไปเป็นอย่างดี
ทรัพย์สิน เนื้อที่ตั้งวัดพระปฐมเจดีย์ทั้งสิ้น ๑๔๘ ไร่ ๖๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๕๖๗ ที่ธรณีสงข์มีทั้งหมด ๘ แปลง แปลงที่ ๑-๓ อยู่ที่ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๕ ไร่ ๑ งาน ๖๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๖๗๒๗, ๑๒๐๒ และมิตธีส แปลงที่ ๔ อยู่ที่ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ทั้งสิ้น ๑ ไร่ ๖ งาน ๖๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๒ แปลงที่ ๕-๖ อยู่ที่ตำบลห้วยจรเข้ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๓๐ ไร่ ๔๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๔๖๔ และ ๑๐๔๘ และแปลงที่ ๗-๘ อยู่ที่ตำบลสามเมือง อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ ๒๐๐ ไร่ โฉนดเลขที่ ๘๑๓ และ ธ๑๘๔
ที่กัลปนา มี ๑ แปลง อยู่ที่ตำบลทุ่งน้อย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ในเนื้อที่ ๖ ไร่ ๒ งาน ๖๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๒๓๗๖
ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุที่สำคัญของวัดมีดังนี้
พระอุโบสถ หลังเดิมไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างว่าเมื่อใด แต่หลังปัจจุบันสร้าง ตรงตำแหน่งเดิมของพระอุโบสถหลังเดิม สร้างเสร็จเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็น คอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยประยุกต์ กว้าง ๑๒๕๐ เมตร ยาว ๒๐๒๓ เมตร สูง ๔.๑๐ เมตร พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปศิลาขาว ปางประทานปฐมเทศนา นั่งห้อยพระบาท ทั้งสองบนฐาน สร้างในสมัยทวารวดี พ.ศ. ๑๑๐๐ มีพระนามว่า "พระพุทธนรเชษฐ์เศวตอัศมน์ มุนิศรีทวารวดีปูชนียบพิตร" สูง ๓.๘๖ เมตร
พระปฐมเจดีย์ สร้างประมาณ พ.ศ. ๓๐๓-๓๕๐
องค์เดิมสันนิษฐานว่า เป็นร โอคว่ำ องค์ปัจจุบันเป็นเจดีย์ทรงไทย รูปแบบยังคว่ำ ปากผาย ก่ออิฐถือปูน ประดับกระเบื้องเคลือบ ประกอบด้วยวิหาร ๔ ทิศ มีกะเปาะกันทรุด ทิศ กำแพงแก้ว ชั้น องค์พระเจดีย์สูง ๑๒๐ เมตร ฐานวัดโดยรอบ ๒๓๕๐ เมตร ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
ฐานะเป็นแหล่งกำเนิดพระพุทธศาสนา เป็นโบราณวัตถุประกอบด้วยศิลปวัฒนธรรม อารยธรรม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจนำความร่มเย็นมาสู่ จิตใจของผู้ที่ไปเคารพสักการะบูชาอีกด้วย
พระวิหารพระร่วง เดิมเรียก พระวิหารประสูติ (วิหารทิศเหนือ) รัชกาลที่ ๔ ทรง ก่อฤกษ์ เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๐๔ เป็นพระวิหารทรงไทย มีพระพุทธรูปยืนปางห้าม ญาติ หล่อด้วยโลหะลงรักบิดทองประดิษฐานอยู่ที่ห้องหน้าของวิหารโถง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖ ในรัชกาลที่ ๕ สูง ๗๕ เมตร ทรงถวายพระนามว่า "พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรร- โมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร์ "
พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ (วิหารพระนอน ทิศตะวันตก) รัชกาลที่ ๔ ทรงก่อฤกษ์ เช่นเดียวกับพระวิหารพระร่วง ทรงไทย มีพระพุทธไสยาสน์บรรทมตะแคงขวาลืมพระเนตรในท่า สินไสยาสน์ สร้างขึ้นโดยช่างในสมัยรัชกาลที่ ๔ ขนาดยาว ๑๗ เมตร และยังมีพระพุทธรูป ปางปรินิพพาน ทรงบรรทมตะแคงข้างขวา หลับพระเนตร ขนาดยาว ๕ เมตร มีพระสาวก ๓ องค์
พระวิหารหลวง (วิหารด้านทิศตะวันออก) รัชกาลที่ ๔ ทรงก่อฤกษ์เช่นเดียวกับพระ วิหารพระร่วง ทรงไทย มีพระพุทธสิหิงค์ (จำลอง) ปางสมาธิราบ หล่อด้วยโลหะ สร้างใน รัชกาลที่ ๔ หน้าตักกว้าง ๑.๒๐ เมตร สูง ๑.๒๒ เมตร
พระวิหารพระปัญจวัคคีย์ (วิหารทิศใต้) รัชกาลที่ ๔ ทรงก่อฤกษ์เช่นเดียวกับพระวิหาร พระร่วง ทรงไทย ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาโปรดบัญจวัคคีย์ เป็นพระพุทธรูปปาง มารวิชัย พร้อมด้วยสาวกบัญจวัคคีย์
นอกจากนี้ ก็มีพระวิหารโรงธรรม ซึ่งปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์สถานวัดพระปฐมเจดีย์ พระปฐมเจดีย์ องค์จำลองของเดิม ศาลาการเปรียญ กุฏิต่าง ๆ เป็นต้น
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
หอพระปริยัติธรรมวัดพระปฐมเจดีย์ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ ใช้เป็นที่เรียน พระปริยัติธรรม และเป็นที่รับรองพระคณาธิการ เป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็ก ปัจจุบันมีโรงเรียน ปริยัติธรรม ๒ แห่ง มีนักเรียนปริยัติธรรมบาลีจำนวน ๑๓๑ รูป และนักเรียนปริยัติธรรมนักธรรม จำนวน ๔๒ รูป
การบริหารและการปกครอง เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ชื่อ พระธรรมสิริชัย (ชิตวิปุโล ชิต) ลำดับเจ้าอาวาสเท่าที่ปรากฏตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ จนถึงปัจจุบันมีดังนี้ ๑. พระอธิการแป้น ๒. พระสนิทสมณคุณ (แก้ว) ๓. พระปฐมเจติยานุรักษ์ (กล่ำ) ๔. พระนิกรมมุนี (โสณุตุตโร ช้อน) ๕. พระพุทธรักขิต (พลอย) ๖. พระธรรมวโรดม (ธมุมปุปโชติโก โชติ) ๗. พระธรรมสิริชัย (ชิตวิปุโล ชิต) พ.ศ. ๒๔๕๘ ถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีพระภิกษุจำพรรษาจำนวน ๑๐๕ รูป สามเณรจำนวน รูป และชีจำนวน ๖๑ คน