วัดพระธาตุเชิงชุม
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดพระธาตุเชิงชุม เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๕๕ ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับเขตหนองหารและหมู่บ้านประชาชน ทิศใต้ติดต่อถนนเจริญเมือง ทิศตะวันออกติดต่อเขตหนองหาร ทิศตะวันตกติดต่อถนนเรื่องสวัสดิ์ ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปของวัดตั้งอยู่บริเวณพื้นที่เนินสูง เป็นที่โล่งมีสนามหญ้าอยู่ทางทิศตะวันตกของวัด มีดอกไม้นานาชนิด และต้นไม้ยืนต้นอยู่ทั่วไปในบริเวณวัด
ความเป็นมา วัดพระธาตุเชิงชุมเป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ราว ๆ ปลายศตวรรษที่๑๓ โดยเล่าสืบกันมาว่า พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาจะเป็นรัชกาลใดไม่ปรากฏ โปรดเกล้า ฯ ให้อุปราชเมืองภาพสินธุ์ มารักษาพระธาตุเชิงชุม โดยมาตั้งบ้านเรือนอยู่ในตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร จากนั้นก็ชักชวนราษฎรมาช่วยกันสร้างวัดขึ้นในบริเวณพระธาตุเชิงชุม เพื่อเป็นที่พำนักอาศัยของพระสงฆ์สามเณรตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และให้พระหลักคำเป็นเจ้าอาวาสอยู่วัดนี้ และให้ชื่อว่า "วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร"
" เพราะฉะนั้น วัดพระธาตุเชิงชุมจึงเป็นวัดที่บรรดาเจ้านายชั้นผู้ใหญ่นับตั้งแต่พระวชาธิบดี ตลอดจนถึงประชาชนทั่วไปได้ให้ความอุปถัมภ์ บำรุงรักษาเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้
ทรัพย์สิน ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๘ ไร่ ๑ งาน ๒๒๕ ตารางวา และยังมีที่ธรณีสงฆ์มีทั้งหมด < แปลง อยู่ที่ตำบลวัดธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร แปลงที่ ๑ มีเนื้อที่ ๔๕๕ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๕ แปลงที่ ๒ มีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๓ งาน ๖๗.๕ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๖ แปลงที่ ๓ มีเนื้อที่ ๘ ไร่ ๓๐๕ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๖ และแปลงที่ ๔ มีเนื้อที่ ๑๘ ไร่ ๑ งาน ๒๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๐๑๙
กาวรวัตถุ ปูชนียวัตถุ ที่สำคัญมีดังนี้
พระอุโบสถ หลังเดิม สร้างแต่ครั้ง พระธานีเจ้าเป็นเจ้าเมือง โดยสร้างก่อนปี พ.ศ. ๒๓๐ โครงสร้างเป็นโครงไม้ ก่ออิฐถือปูนกว้าง ๑๑ ศอก ยาว ๑๖ ศอก ส่วนพระอุโบสถ หลังใหม่ ได้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของวัด โครงสร้างเป็น คอนกรีตเสริมเหล็ก โดยมีพระเทพวิมลเมธี เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง กว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๓๒ เมตร ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ
พระวิหาร โครงสร้างเดิมเป็นไม้ ต่อมาในยุคพระครูสกลสมณากิจสังฆวาหะ (ธรรม) เจ้าคณะจังหวัดสกลนคร ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมใหม่ โดยพื้นและฝาผนังก่ออิฐถือปูน ภายใน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน หน้าตักกว้าง ๒ เมตร สูง ๑.๕ เมตร มีนามว่า "หลวงพ่อพระองค์แสน"
เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดสกลนครเคารพนับถือ มาก มีประชาชนมากราบไหว้เป็นประจำมิได้ขาด
พระธาตุเชิงชุม เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ๔ เหลี่ยม สูง ๒๔ เมตรเศษ มีซุ้มประตูปิดเปิด อยู่ทั้ง ๒ ด้าน แต่ข้างในทีสร้างด้วยศิลาแลงและศิลาทรายแดง ส่วนข้างนอกที่ปรากฏในปัจจุบัน นี้ เป็นเจดีย์สร้างใหม่ห่อหุ้มเจดีย์องค์เดิมไว้อีกชั้นหนึ่ง องค์พระธาตุนี้เป็นปูชนียวัตถุโบราณที่ สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองสกลนครสืบมาแต่โบราณกาล
นอกจากนี้ ก็มี ศาลาการเปรียญ, กุฏิ, หอพระไตรปิฎกและหอระบัง เป็นต้น
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
โรงเรียนปริยัติธรรม พระพินิจ หลวงวิจารณ์ บางทองคาย พร้อมใจกันถวายเรือน นอนพระยาประจันตประเทศธานีให้ทางวัด ๑ หลัง เพื่อให้สร้างเป็นโรงเรียนปริยัติธรรมประจำวัด พระธาตุ โดยทางวัดให้จัดการรื้อถอนปลูกสร้างใหม่เสร็จเมื่อวันที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๔ ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีนักเรียนบาลีจำนวน ๒๑ รูป และนักเรียนธรรมจำนวน ๑๒ รูป
การบริหารและการปกครอง
เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันชื่อ พระเทพวิมลเมธี
ลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่รูปแรกจนถึงปัจจุบันได้ ดังนี้
๑. พระครูหลักคำ
๒. พระครูชิ้น ๓. พระครูเหิม ๔. พระครูเสือ ๕. พระครูสอน ๖. พระครูพรหม ๗. พระครูแพ่ง ๘. พระครูหลักคำ (พน) ๙. พระครูสกลสมณกิจสังฆปาโมกซ์ พ.ศ. ๒๕๕๓-๖๕ ๑๐. พระครูสกลสมณกิจสังฆวาหะ (ธรรม ชมฺมโชโต) พ.ศ. ๒๔๖๖-๒๔๗ ๑๑. พระเทพวิมลเมชี (วันดี สิริวณฺโณ) พ.ศ. ๒๔๘๓ ถึงปัจจุบัน
ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีพระภิกษุจำพรรษาจำนวน ๑๔ รูป สามเณรจำนวน ๑๓ รูป