วัดบวรมงคล
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดบวรมงคล เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดราชวรวิหาร
ตั้งอยู่เลขที่ ๕๖ แขวงบางพลัด เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อสวนของเอกชนมีคูกั้น ทิศใต้ติดต่อทางรถไฟสายบางบัวทอง ปัจจุบันเลิกกิจการไปแล้ว เป็นของเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ ทิศตะวันออกติดต่อ แม่น้ำเจ้าพระยา และทิศตะวันตกติดต่อสวนของเอกชนและทางรถไฟสายบางบัวทองบางตอน ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณโดยรอบมีสวนผลไม้
ความเป็นมา วัดบวรมงคล เดิมชื่อวัด "ลิงขบ" และเล่ากันสืบ ๆ มาว่า เดิมมีพระชุดองค์ ๕ รูป มาบึกกรดอยู่ในบริเวณนี้ และมีผู้มีอัธยาศัยดีเอาใจใส่บำรุงอย่างดีตลอด ซึ่งมี "ลุงขบ" มี โอกาสไปมาหาสู่บ่อยกว่าคนอื่น และต่อมาชาวบ้านก็ได้ช่วยกันสร้างกุฏิอาศัยให้แก่พระชุดองค์ เหล่านั้น และพลอยเรียกว่า "วัดลุงขบ" เพราะพระชุดองค์ก็ไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่าไร ต่อมาอาจจะเป็น เพราะการเปลี่ยนแปลงของภาษาทำให้ "ลุงขบ" กลายเป็น "ลิงขบ" ไป ครั้น พ.ศ. ๒๕๒-๒๓๒ ในสมัยรัชกาลที่ ๒ มีชาวรามัญอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร และยังมีพระสงฆ์ รามัญติดตามมาด้วย ซึ่งมาอาศัยอยู่ที่วัดลิงขบ ดังนั้นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลมหาเสนานุรักษ์ ทรงประทานนามของวัดลิงขบใหม่ว่า "วัดบวรมงคล" และทรงปฏิสังขรณ์และก่อสร้าง ถาวรวัตถุ ปูชนียวัตถุขั้นหลายอย่าง และวัดบวรมงคลก็ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาเรื่อย ๆ จนมีการบูรณะครั้งใหญ่ล่าสุดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐ เนื่องจากการขุดกรุพระ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๕ โดยแบ่งบูรณะวัดเป็นระยะด้วยกัน
ทรัพย์สิน ที่ดินที่ตั้งวัด ๒๕ ไร่ และยังมีปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุดังนี้ คือ พระอุโบสถ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยกรมพระราชวังบวรสถานมงคลมหาเสนา- บุรักษ์ เป็นผู้บริหารในสมัยรัชกาลที่ - ก่ออิฐถือปูน สร้าง ๒๓๐ เมตร กว้าง .๒๐ เมตร สูงประมาณเกือบเส้น หลังคา ๒ ชั้น มีพระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัย เป็นพระประธานประดิษ- ฐานอยู่ในพระอุโบสถ หน้าตักกว้าง ๓.๔๐ เมตร สูง ๓๕ เมตร และมีพระเจดีย์ก่อตั้ง ประจำมุมพระอุโบสถ ด้าน พระวิหารคด สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา หลังคาคร่อมกำแพงพระอุโบสถก่ออิฐถือปูน มีประตูเข้าออกได้ประจำ ๔ ทิศ มีพระระเบียงล้อมรอบ กว้าง ๕.๓๐ เมตร ยาว ๔๐๕ เมตร มีพระพุทธรูปบิณฑบาตรวม ๑๐๘ องค์ เป็นพระปางมารวิชัยประดิษฐานภายในวิหารคดรอบพระอุโบสถ พระเจดีย์หงษา ไม่ทราบว่าสร้างในสมัยใด ลักษณะรูปทรงแบบรามัญ ก่ออิฐถือปูน นอกจากนี้ ก็มีศาลาการเปรียญอยู่เยื้องหน้าพระอุโบสถเล็กน้อย หอระฆังหอใหญ่ตั้งอยู่ หน้าพระอุโบสถด้านใต้ • หอ และหอระบังเล็กตั้งอยู่ในหมู่กุฏิสงฆ์ หอ ศาลาสวดมนต์ใช้ เป็นที่ทำบุญเลี้ยงพระ
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ การศึกษา มีแต่การสอนกันเองภายในวัด โดยบันทึกไว้ในสมัยของเจ้าอาวาสแต่ละองค์
การบริหารและการปกครอง ปัจจุบันเจ้าอาวาสวัดบวรมงคลชื่อ พระราชเมธาจารย์ (ผิว) ซึ่งพอจะลำดับเจ้าอาวาส ตั้งแต่ได้รับสถาปนาเป็นพระอารามหลวงได้ ดังนี้ ๑. พระไตรสรณรัช พ.ศ. ๒๓๕-๒๓๒๕
๒. พระสุเมธมุนี (ซาย) พ.ศ. ๓๖๕-๒๓๘๐
๓. พระรามัญมุน (ยิม) พ.ศ. ๒๘๐-๒๔๑๐
๔. พระธรรมวิสารทะ (เม่น) พ.ศ. ๒๔๑๑-๒๔๒๖
๕. พระอริยธัช (สัน) พ.ศ. ๒๔๒๐-๔๓๓
๖. พระธรรมวิสารทะ (จู) พ.ศ. ๒๔๓-๒๔๕๐ ๗. พระไตรสรณธัช (เย็น) พ.ศ. ๒๔๕๐-๒๔๖๐ ๘. พระครูสีลสังวร (พรหมา) พ.ศ. ๒๔๖๒-๒๔๖๘ ๙. พระครูสิลสังวร (อ่อน) พ.ศ. ๔๖๔-๒๔๗๕ ๑๐. พระราชเมธาจารย์ (ผิว) พ.ศ. ๒๔๗๗ ถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีพระภิกษุทั้งหมด ต รูป สามเณรทั้งหมด รูป