วัดไตรมิตรวิทยาราม
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดไตรมิตรวิทยารามเป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๖๖๑ แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร อาณาเขตที่ตั้งวัด ทิศเหนือติดต่อกับถนนพระราม๔ ทิศใต้ติดต่อกับถนนตรีมิตร ทิศตะวันออกติดต่อกับซอยสุกร 6 ทิศตะวันตกติดต่อกับถนนเจริญกรุง ลักษณะพื้นที่บริเวณวัด ที่ตั้งวัดอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านทิศตะวันออกของพื้นที่วัดใกล้สถานีรถไฟหัวลำโพง ทางทิศตะวันตกใกล้วัดปทุมลงคาและวัดสัมพันธวงศ์ แต่เดิมบริเวณวัดเป็นที่ลุ่ม มีสระดู คลองกินเขิน มีน้ำขัง ปัจจุบันได้ปรับปรุงพื้นที่ภายในวัดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ตลอดทั้งประตูและกำแพงหน้าวัดก็ได้สร้างด้วยคอนกรีต สังขิกเสนา พระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญและอาคารเรียน ได้สร้างเป็นศึกคอนกรีตเป็นระเบียบเรียบร้อย
ความเป็นมา
วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นวัดที่สร้างมาเมื่อปีใดไม่มีหลักฐาน แต่พอจะอนุมานได้ว่าสร้างมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณ พ.ศ. ๒๓๗๕ เดิมชื่อว่า "วัดสามจีน" ตามที่เล่าสืบกันมาว่า วัดสามจีนมีอยู่ ๓ วัด คือวัดสามจีนอยู่ในคลองบางจาก ฝั่งตรงข้ามกับเทเวศน์วัดหนึ่ง วัดสามอื่นเหนือบางท่านว่าอยู่ที่บางขุนพรหม บางท่านว่าอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ที่อยู่บางขุนพรหม ได้แก่วัดสังเวชวิทยาราม สำหรับที่อยู่จังหวัดนนทบุรี ได้แก่วัดโชติการาม อำเภอเมืองนนทบุรี และวัดสามจีนใต้ ได้แก่วัดไตรมิตรวิทยาราม เกี่ยวกับชื่อวัด เนื่องจากมีชาวจีน ๓ คนช่วยกันสร้างวัดนี้มา จึงได้นามว่า "วัดสามจีน" แต่คงมีหลายแห่งที่มีนามตรงกัน วัดนี้จึงมีสร้อยต่อท้ายว่า "วัดสามจีนใต้" และได้เปลี่ยนนามใหม่เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๒ เป็น "วัดไตรมิตรวิทยาราม" โดยที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต เขมอารี วัดมหาธาตุ ฯ ได้ทำพิธีเบิกบ้ายวัดเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒ ปรากฏในข้อความเปลี่ยนนามวัดตอนหนึ่งว่า "สมควรที่จะเปลี่ยนนามวัดใหม่ เพื่อเชิดชูเกียรติของท่านผู้สร้างและผู้อุปถัมภ์" เข้าใจกันว่าจีนสามคนที่สร้างวัด จะเป็นญาติกันหรือไม่ก็ตาม แต่ต้องเป็นมิตรรักใคร่สนิทสนมกัน จึงร่วมใจกันสร้างวัดเพื่อเป็นวิหารทาน การบุญใหญ่ เป็นที่ตั้งสำนักเรียนพระปริยติธรรม ทั้งโรงเรียนภาษาไทยของรัฐบาลจนถึงมัธยมชั้นสูง จึงเป็นการสมควรและเหมาะสมกับนามวัดที่เปลี่ยนใหม่อย่างยิ่ง วัดไตรมิตรวิทยาราม ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๔๐ กำหนดเขตกว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘ เมตร ได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมเมื่อวันที่ ๘ เมษายน
ทรัพย์สิน
ที่ดินที่ตั้งวัด ซึ่งตั้งอยู่ที่แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ ๘ ไร่ ๕๑ ตารางวา ปูชนี้ยวัตถุ ถาวรวัตถุและอาคารเสนาสนะต่าง ๆ พระประธานในพระอุโบสถ สร้างด้วยปูนลงรักบีดทอง ปางมารวิชัย มีพระนามว่า "พระพุทธทศพลญาณ" แต่ประชาชนนิยมเรียกว่า "หลวงพ่อโตวัดสามจีน" บ้าง
'หลวงพ่อวัด สามจื่น" บ้าง พระบาทสมเด็จพระอุลจอมเกล้เจ้าอยู่หัว เคยเสด็จมาทรงนมัสการ และได้ตรัส ยกย่องว่า เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก และต่อมาได้พระราชทานธรรมาสน์ ลายทองเท้าสิงห์ สำหรับนั่งแสดงธรรมประจำพระอุโบสถด้วย พระสุโขทัยไตรมิตร ประดิษฐานอยู่บนพระวิหารเป็นพระพุทธรูปทองคำ เนื้อทองเจ็ดน้ำ สองขา (สองสลึง) ปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย หน้าตักกว้าง 6 ศอก & นิ้ว สูง ๓ ศอก๑ คืบ 5 น้ำ องค์พระถอดได้เป็นเก้าแห่ง ปัจจุบันตรงรอบที่ถอดนั้นได้ประสานหมดแล้ว สันนิษฐาน ว่าสร้างสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเสด็จครองราชย์ ระหว่าง พ.ศ. ๑๘๖๐
แต่เดิมนั้น พระสุโขทัยไตรมิตร ประดิษฐานอยู่ที่วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย
เป็นพระพุทธรูปที่ถูกเอาปูนบั้นหุ้มองค์พระไว้
และได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโชตินาราม (พระยาไกร) สมัยรัชกาลที่ ๓ ครั้นต่อมาวัดโชตินาราม (พระยาไกร) เป็นวัดร้าง จึงได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่เพิง ข้างพระเจดีย์วัดไตรมิตรวิทยาราม ประมาณ ๒๐ ปี จึงได้อัญเชิญขึ้นไปประดิษฐานบนพระวิหาร เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕ และในคราวนี้เองปูนที่ขึ้นพอกองค์พระไว้ได้กะเทาะออก ทำให้เห็นองค์พระ ข้างในเป็นทองคำ จึงได้กะเทาะปูนออกทั้งหมดในคราวนี้ พระอุโบสถ หลังใหม่สร้าง พ.ศ. ๒๔๘-๒๔๖๒ ขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว เมตร เป็นเฟอร์โรคอนกรีต ทรงจตุรมุข หลังคาสามชั้น มีชานรอบพระอุโบสถ พระวิหารเป็นตึกคอนกรีต ๒ ชั้น กว้าง ๔ เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖ เพื่อเป็น ที่ประดิษฐานพระสุโขทัยไตรมิตร ศาลาการเปรียญ อาคารคอนกรีต ๒ ชั้น ขนาดกว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๒๔ เมตร โรงเรียนปริยัติธรรม ชั้น จำนวน ๒ หลัง เป็นตึกคอนกรีต ศาลาวิสุทธิผลอุทิศ และศาลานครหลวงประกันชีวิต อาคารทรงไทยสร้างด้วยคอนกรีต กุฎิ ได้สร้างขึ้นใหม่เป็นตึกคอนกรีต ๒ ชั้น จำนวน ๑๔ หลัง หอระฆัง สร้างด้วยคอนกรีตทรงตรีมุข หลังคายอดฉัตร กว้าง & เมตร สูง ๘ เมตร เมรุ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๑๐.๕๐ เมตร ยาว ๒๐.๕๐ เมตร
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกนักธรรมบาลี และการศึกษา ผู้ใหญ่ โรงเรียนปริยัติธรรมเดิมได้สร้างเป็นคอนกรีต ๒ ชั้น ๑ หลัง ต่อมาการศึกษาเจริญขึ้น สถานศึกษาเดิมไม่พอเพียง จึงได้ก่อสร้างเพิ่มอีก ๑ หลัง เป็นคอนกรีต ๒ ชั้น ๘ ห้องเรียน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ครั้นต่อมานักศึกษาก็ได้เพิ่มมากขึ้นจึงได้ต่อเติมเป็นรูปตรีมุข ห้องเรียนเพิ่ม เป็น ๑๒ ห้องเรียน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ สำหรับหลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่นั้นได้เปิดทำการสอน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ปัจจุบันมีนักเรียนแผนกบาลี ๑๒ รูป นักธรรม ๓ รูป
การสาธารณสงเคราะห์ ได้จัดให้มีการเปิดสอนเด็กในระดับชั้นมูลถึงชั้นประถม เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๔ ต่อมาปี พ.ศ. ๒๔๖ ได้เปิดสอนถึงชั้นมัธยม ทางราชการจึงตั้งให้เป็นโรงเรียน มัธยมวัดสามจีนใต้ และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น โรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๒ อาคารเรียนเป็นตึกคอนกรีต ๓ ชั้น ๒ หลังและตึกทดลองวิทยาศาสตร์ ๑ หลัง ส่วนการศึกษา ขั้นมูลฐานถึงประถม นั้น ได้รื้ออาคารเรือนเดิมแล้วทำการก่อสร้างใหม่ เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ทันสมัย สร้างเสร็จและทำการเปิดสอนได้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ มีชื่อเป็นทางการว่า "โรงเรียน มหาวีรานุวัตร"
การบริหารและการปกครอง วัดไตรมิตรวิทยาราม ได้บริหารและปกครองตามกฎระเบียบคำสั่งของทางคณะสงฆ์ เป็น ไปตามพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด ปัจจุบันมีพระภิกษุจำนวน ๔๓ รูป สามเณร ๑ รูป ลำดับ เจ้าอาวาสผู้ปกครองวัด มีดังนี้ ๑. พระครูกล่อม ๒. พระครูโม ธมุมสาโร ๓. พระอธิการโป๊ ๔. พระใบฎีกาขำ อินุทโชโต ๕. พระมหาก็ม สุวรรณชาติ ๖. พระปริยัติบัณฑิต ๗. พระมหาเจียม กมโล (บัว คงค์) ป.ธ. ๕ น.ธ. เอก ๘. พระวิสุทธาธิบดี (ไสว ชิตวีโร) ป.ธ. ๗ น.ธ. เอก
เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘ จนถึงปัจจุบัน