วัดอมรินทราราม
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดอมรินทราราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี
ชนิดวรวิหาร
ตั้งอยู่เลขที่
แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร อาณาเขตของวัด ทิศเหนือติดกับเขตของการรถไฟ มีความกว้างตลอดเขตวัด ๔ เส้น ทิศใต้ติดกับคูเป็นเขตความกว้างของด้านนี้ เส้น ๑๖ วา ทิศตะวันออกมีความยาวของด้านนี้ ๑๔ วา และทิศตะวันตกติดกับถนนด้านสะพานอรุณอมรินทร์ มีความยาว ∞ เส้น ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไป เป็นที่ราบลุ่ม อยู่ในแหล่งชุมนุมชน เพราะอยู่ใกล้ตลาดนัด บริเวณสถานีรถไฟ โรงพยาบาลศิริราช โรงเรียน และกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลธนบุรี
ความเป็นมา วัดนี้เป็นวัดโบราณ ชื่อว่า "วัดบางว้าน้อย" สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้โปรดให้ยกขึ้น เป็นพระอารามหลวงคู่กันกับวัดระยังโฆสิตาราม เดิมเป็นชั้นตรีชนิดราชวรวิหาร ต่อมาได้ถูกจัด ไว้เป็นชั้นตรี ชนิดวรวิหารตามประกาศ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๔๕๔ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้น แล้ว กรมพระราชวังหลังได้โปรดสถาปนาวัดนี้ขึ้นใหม่หมดทั้งพระอารามคือ สร้างพระอุโบสถ พระระเบียง วิหาร กำแพงแก้ว ศาลาราย หอระฆัง หอไตร หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญ กุฎิเสนาสนะ และถนนในพระอาราม รัชกาลที่ ๑ ได้พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดอมรินทราราม" และทรงสร้างพระอุโบสถที่สร้างค้างอยู่ต่อไปจนสำเร็จ ต่อมารัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จ พระนางเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ พระระเบียง พระวิหาร และสิ่งอื่น ๆ รวม ทั้งทรงสร้างกุฏิเพิ่มเติมอีกหลายห้อง การปฏิสังขรณ์ได้กระทำกันต่อเนื่องมาทุกยุคของเจ้าอาวาส แต่ละรูปรวมทั้งพระบรมราชวงศ์ ข้าราชบริพารและราษฎรผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์บูรณะปฏิ- สังขรณ์วัดอมรินทรารามมาด้วยดีจนถึงปัจจุบันนี้
ทรัพย์สิน ที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ ๒๒ ไร่ ๓ งาน ๗๒ ตารางวา
ยังมีที่ธรณีสงฆ์อีก • แปลงที่ใช้จัด ประโยชน์ซึ่งกรมตำรวจเคยเช่าเป็นที่สร้างสถานีตำรวจนครบาลบางกอกน้อย แต่ขณะนี้ได้บอกเลิก สัญญาแล้ว ปัจจุบันนี้ วัตถุและถาวรวัตถุต่าง ๆ ของวัดได้แก่ พระอุโบสถ สร้างขึ้นใหม่แทนหลังเดิมที่ลูกการทางรถไฟตัดไปหนึ่งห้องเพื่อทำทางรถไฟ จึงทำให้พระอุโบสถเล็กลง ชาวบ้านจึงเรียกว่าโบสถ์น้อย
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ศอก 22 นิ้ว สูง 2 ศอก 2 นิ้ว ส่วนพระอุโบสถปัจจุบันซึ่งสร้างขึ้นใหม่นั้นเป็นแบบทรงไทยจตุรมุข หลังคามุขลด 3 ชั้น มีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 32 เมตร ด้านข้างรวมมุขเด็ด 24 เมตร สูงจากพื้นถึงเพดาน 5 เมตร ซึ่งออกแบบและวิศวกรก่อสร้างโดยหลวงวิศาลศิลปกรรมสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2512 มณฑปพระพุทธบาทจำลอง พระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในกรมพระราชวังหลัง ทรงสร้างขึ้น สูง 8 วา 2 ศอก ฐานวัดอบวงกลมได้ 5 วา 3 ศอก จัดว่าเป็นมณฑปที่สวยงามที่สุโขในประเทศไทย พระพุทธฉายจำลอง พระองค์เจ้าหญิงกระจับ พระธิดาในกรมพระราชวังหลังทรงสร้างขึ้นเป็นภูเขามีความสูง 3 วา 2 ศอก กว้างโดยรอบ 8 วา ศาลาการเปรียญ สร้างขึ้นใหม่โดยย้ายศาลาการเปรียญเดิมมาปลูกสร้างใหม่ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2555 เป็นแบบทรงไทย ครึ่งตึกครึ่งไม้ กว้าง 11 เมตร ยาว 21 เมตร หอสวดมนต์ใหญ่ 7 ห้อง มีเฉลียงรอบยาว 11 วา 2 ศอก 1 คืบ ทรงปั้นหยา พ.ศ. 2475-2480 ได้รื้อปฏิสังขรณ์ใหม่เปลี่ยนเป็นทรงมนิลา ศาลาใหญ่ 8 ห้อง ยาว 11 วา ศอก 1 คืบ เดิมใช้เป็นที่ศึกษาพระปริบัติธรรมต่อมาได้ย้ายมาปลูกสร้างใหม่ในบริเวณสุสานเพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศล ตำหนักเขียว เป็นตำหนักของสมเด็จเจ้าผ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี ซึ่งอยู่ในความอนุรักษ์ของกรมศิลปากร ซึ่งทางวัดได้ทำการรื้อเพื่อย้ายที่และทำการสร้างใหม่ให้คงสภาพเดิม ตำหนักเขียวมีความกว้าง 6 เมตร 40 เซนติเมตร ยาว 21 เมตร 65 เซนติเมตร
พระประธาน เป็นพระพุทธรูปแบบสุโขทัย สร้างเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2514 โดยความอำนวยการของเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันร่วมด้วยช่างผู้มีฝีมือ และคณะช่างหล่อในเขตบ้านช่างหล่อรวมทั้งผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปที่ให้ความร่วมมือ จึงได้พระประธานที่มีความงดงามมาก
นอกจากนี้ยังมีเจดีย์สูง 4 วาเศษ ฐานทรงกลมวัดโดยรอบยาว 13 วา 1 สอกเศษ ศาลาการเปรียญทรงไทย กว้าง 11 เมตร ยาว 21 เมตร และกุฎิอีก 3 หลัง
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดอมรินทรารามไม่มีโรงเรียนปริยัติธรรม แต่พระภิกษุสามเณรส่วนมากได้ไปศึกษาทั้งนักธรรมและบาลีที่สำนักเรียนต่าง ๆ ได้รับความสำเร็จเป็นจำนวนมาก
สำหรับการศึกษาสายสามัญนั้นทางวัดมีโรงเรียนระดับมัธยมชื่อว่า "โรงเรียนอมรินทราราม" สังกัดกรมสามัญศึกษา เปิดการศึกษาถึงชั้น ม. ๘ (ม.ศ.) ต่อมาได้รับนักเรียนจากโรงเรียน วัดระฆังโมสิตารามมาเรียนร่วมด้วยจึงใช้ชื่อว่า "โรงเรียนอมรินทร์โฆษิต" หลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ โรงเรียนได้รับความเสียหายมาก จึงต้องย้ายไปอาศัยเรียนที่โรงเรียนทวีชาภิเษก ปัจจุบันนี้กรมสามัญศึกษาได้สร้างโรงเรียนอมรินทรารามขึ้นใหม่ในบริเวณที่เดิม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ เริ่มสอนระดับประถมศึกษาและการศึกษาผู้ใหญ่ด้วย
การบริหารและการปกครอง วัดอมรินทราราม มีเจ้าอาวาสครองวัดมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี จนถึงปัจจุบันจำนวน ๑๔ รูป ตามลำดับดังนี้ ๑. พระพุฒาจารย์ ครองวัดในสมัยกรุงธนบุรีนามเดิมไม่ปรากฏ ๒. พระเทพมุนี (เรื่อง เปรียญเอก) เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ ๓. พระโพธิวงษ์ (พฤกษ์ เปรียญเอก) ๔. พระธรรมโกศาจารย์ (เจิม ป.ธ. ๗) ๕. พระญาณโกศล ๖. พระวินัยมุนี (บัว ป.ธ.) ๗. หม่อมเจ้าพระสังวรวรประสาธน์ (หม่อมเจ้าพระเล็ก ในพระประพันธวงศ์เธอ
กรมหมื่นนราเทเวศร์) ครองวัดได้ ๓๓ ปี สิ้นชีพิตักษัย
๘. พระสังวรวรประสาธน์ (ม.ร.ว. พยอม) ครองวัดได้ ๒๐ ปี ถึงมรณภาพ ๙. พระครูปริยติธรรมคุณาธาร (คำ) ครองวัดได้ ๑๘ ปี ถึงมรณภาพ ๑๐. พระครูปริบติธรรมคุณาธาร (ชื้น ป.ธ.) ๑๑. พระครูปริบติธรรมคุณาธาร (ญาณ) ถึงมรณภาพ พ.ศ. ๘๘ ๑๒. พระญาณโสภณ (ทรัพย์ โฆสกมหาเถระ ป.ธ. ๖) ภายหลังสถาปนาเป็นสมเด็จ-
พระวันรัต เจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม ๑๓. พระราชธรรมภาณี (ลมูล สุตาคโม ป.ธ. ๖) ๑๔. พระสุนทรวิหารกิจ (กุล ธมฺมกาโม) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในปัจจุบัน
ปัจจุบันมีจำนวนพระภิกษุ ๓๗ รูป และสามเณร ๖ รูป นอกจากนี้ยังมีชีอีก ๑ คน โดย แบ่งการปกครองออกเป็น ๖ คณะ และมุ่งบูรณะปฏิสังขรณ์และก่อสร้างปูชนียวัตถุ พร้อม ทั้งถาวรวัตถุตลอดจนหมู่กุฎิสงฆ์ใหม่ เพื่อให้วัดมีความเจริญรุ่งเรืองต่อไปเหมือนในอดีตที่ผ่านมา และจะดำเนินการจัดการศึกษาให้แก่บรรดาพระภิกษุสามเณรต่อไป