วัดมหรรณพาราม

สภาพ ฐานะและที่ตั้งวัด วัดมหรรณพาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๒๒๑ แขวง เสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

ทิศเหนือติดต่อกับคลองข้างวัดที่ออกไปทางคลองโอ่งอ่าง ทิศใต้ติดต่อกับบ้านริมถนนมารรณ์ ทิศตะวันออกติดต่อกับคูน้ำคืนเขินที่ราษฎรปลูกบ้านอยู่อาศัย และทิศตะวันตกติดต่อกับถนนตะนาว

ลักษณะพื้นที่ตั้งวัดเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างด้านละประมาณ เส้นเศษ มีกำแพงล้อมรอบ

ความเป็นมา วัดนี้สร้างขึ้นโดยกรมหมื่นอุดมรัตนราช พระนามเดิมว่า "พระองค์เจ้าอรรณพ" พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓ ซึ่งรัชกาลที่ ๓ ได้พระราชทานเงินสมทบในการก่อสร้าง ๐๐ ชั่ง แต่การสร้างวัดยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี จนถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานเงินสมทบในการก่อสร้างอีก ๑,๐๐๐ ชั่ง การก่อสร้างวัดจึงเสร็จเรียบร้อยและโปรดพระราชทานนามวัดว่า "วัดมหรรณพาราม" เป็นวัดที่มีสีมาชนิดพัทธสีมา ธาตุทองแดง กะไหล่ทองคำ หลังจากนั้นเจ้าอาวาสทุกยุค ต่อมาจนถึงปัจจุบันก็ต้องบูรณะปฏิสังขรณ์รื้อถอนสิ่งที่ชำรุดมากออกไป และสร้างขึ้นใหม่แทนเป็นต้น

ทรัพย์สิน ที่ดินที่ตั้งวัดมีทั้งสิ้น ๑๒ ไร่ งาน ๓๗ ตารางวา

ส่วนที่ธรณีสงฆ์ มีจำนวน ๔ แปลง คือ โฉนดที่ ๗๕๒ เนื้อที่ ๘๒ ตารางวา โฉนดที่ ๗๗๘ เนื้อที่ ๖๘ ตารางวา โฉนดที่ ๑๕๒๕ มีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๒๔ ตารางวา และโฉนดที่ ๒๑๔๒ มีเนื้อที่ ๘๘๕ ตารางวาซึ่งที่ทั้งหมดกรมการศาสนาทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์

ปูชนียวัตถุ ถาวรวัตถุและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ของวัด ได้แก่

พระอุโบสถ ก่ออิฐถือปูนไม่มีช่อฟ้าใบระกา หลังคามุขลด L ชั้น หน้าบันประดับด้วยกระเบื้องสีและจานเบญจรงค์ ตรงกลางเป็นรูปหงส์ พระอุโบสถขาว ๓๖๑๐ นิ้ว กว้าง ๔ วา * นิ้ว สูง ๐ วาเศษ ได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหญ่ในปีนี้ และมีพระประธานในพระอุโบสถปั้นด้วยปูนลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง ๘ นิ้ว สูง ๑ ศอก ๓ นิ้ว เป็นพระพุทธรูปสมัยกรุงศรีอยุธยา

พระวิหาร มีขนาดเท่ากับพระอุโบสถรวมทั้งมีศิลปะเช่นเดียวกัน มีพระพุทธรูปหล่อสมัยสุโขทัย เรียกว่า "หลวงพ่อร่วง" หน้าตักกว้าง ๑ วา ๑ ศอก ๘ นิ้ว สูง ๑ วา ๓ ศอก ๑ คืบ ๘ นิ้ว

พระเจดีย์ มี 3 องค์ คือพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ทรงสร้าง ฐานกว้างยาวเท่ากันทั้งด้าน ๆ ละ 7 วา 1 นิ้ว สูง 21 วา 21 นิ้ว เป็นพระเจดีย์ยอดกลม ปล้องไฉน และพระเจดีย์องค์เล็ก องค์ มีฐานกว้างยาวเท่ากันด้านละ 4 วา ศอก < นิ้ว สูง 15 วา 3 ศอก 15 นิ้ว

สำหรับกุฏิที่อยู่ของพระภิกษุสงฆ์เดิมมีอยู่เพียง 2 คณะ คือ คณะต้น คณะกลาง และคณะสุด มีกุฏิ 3 หลัง ต่อมามีคณะสระเพิ่มขึ้นอีก 1 คณะ สมัยพระวิสุทธิโสภณ (โพธิ) เป็นเจ้าอาวาสมีกุฏิ 1 หลัง ซึ่งกายหลังเปลี่ยนเป็นคณะ 1 คณะ 6 คณะ - คณะ < และ คณะ x มีกุฎิทั้งหมด 26 หลัง นอกจากนี้ยังมีหอไคร หอสวดมนต์ ซึ่งล้วนแต่เป็นศิลปะแบบไทยทั้งสิ้น

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

การศึกษาเล่าเรียนในยุคก่อน ๆ การสอนและการเรียนเป็นแบบโบราณมีมูลกัจจายนะและซัมมปทัฏฐกถาเป็นต้น ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงจัดตั้งโรงเรียนนักธรรมและบาลีขึ้น มีการสอนนักธรรมตรี โท บาลี ไวยากรณ์และบาลีประโยค 3 จนถึงปัจจุบันนี้จึงมีโรงเรียนปริยัติธรรม ชื่อ "โรงเรียนเผื่อนชุมพลธร" มีจำนวนนักเรียนบาลี 2 รูป และนักธรรม 4 รูป

สำหรับในด้านการสาธารณสงเคราะห์ ทางวัดได้ตั้งโรงเรียนภาษาไทยแห่งแรกของประเทศไทย นอกจากโรงเรียนในวังหลวงต่อมาได้เปลี่ยนเป็นโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ภายหลังทางการได้ยุบให้เป็นโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร คือโรงเรียนวัดมหรรณพาราม บัดนี้ยังทำการสอนอยู่

การบริหารและการปกครอง วัดมหรรณพาราม มีเจ้าอาวาสปกครองมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันดังนี้

  1. พระวิสุทธิโสภณ (เหมือน ป.ธ. )

  2. พระธรรมฐิติญาณ (ใจ) รัชกาลที่ 4 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ. 241

  3. พระธรรมเจดีย์ (ปาน ป.ธ. 7) เป็นเจ้าอาวาสนานถึง 22 ปี จึงโปรดให้นิมนต์ไปเป็นอธิบดีสงฆ์ครองวัดพระเชตุพน ฯ

  4. พระเทพโมฬี (แก้ว ป.ธ. 6) พ.ศ. 444-453

  5. พระวิสุทธิโสภณ (โพธิ ป.ธ. 5) พ.ศ. 253-2487

  6. พระราชวรเวที (เติม ป.ธ. ) พ.ศ. 241-2522

  7. พระปริยัติโกศล (โกสิทธิ์ ป.ธ. 6) พ.ศ. 522 เป็นต้นมา

ปัจจุบันนี้มีพระภิกษุ 50 รูป และสามเณร 22 รูป