วัดพระแท่นดงรัง

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดพระแท่นดงรัง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๕ หมู่ที่ ๗ ตำบลพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี

อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับหมู่บ้านหนองทะเบียน ทิศใต้ติดต่อกับหมู่บ้านท่าโบ่ง บ้านไร่และบ้านสำนักเย็น ทิศตะวันออกติดต่อกับหมู่บ้านโป่งและทุ่งนา ทิศตะวันตกติดต่อกับ หมู่บ้านดอนตะไล้และทุ่งนา

พื้นที่บริเวณที่ตั้งวัดมีเทือกเขาอยู่ ๒ หย่อม ทางทิศตะวันตกเรียกเขาถวายพระเพลิง ตอนที่เป็นยอดสูง ๕๕ เมตร และแกบทิศตะวันออกมีเทือกเขาลดลาดไปทางทิศตะวันตกบนตอนที่เป็นยอดสูงนั้น มีมณฑปขนาดเตียครอบพระบาทจำลองไว้ ส่วนเทือกเขาทางทิศตะวันออกเป็นเทือกเขาเตีย ๆ ลาดไปทางเหนือ มีหินแท่งที่บริเวณหน้าลาดคล้ายแท่นหรือเตียงนอนอยู่ทางด้านใต้ เล่ากันว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาบรรทมและเสด็จดับขันธปรินิพพานบนแท่นนี้ สภาพบริเวณทั่วไปเป็นป่าไม้เต็งรังและไม้เบญจพรรณ บริเวณที่สร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ อันเป็นเขตพุทธาวาสและเขตสังฆาวาส มีเนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่เศษ และได้ให้กรมสามัญศึกษาสร้างอาคารเรียนโรงเรียนระดับมัธยมประมาณ ๑๐๓ ไร่ อยู่ทางทิศใต้และนอกกำแพงวัด การคมนาคมติดต่อกับวัดนี้สะดวกเพราะมีถนนทางรถยนต์ผ่านเข้าออกถึงวัดได้ สาย คือจากถนนสายบ้านโป่ง-กาญจนบุรี ใกล้หลักกิโลเมตรที่ ๑๐๑ ตลาดท่าเรือ อีกสายหนึ่งจากถนนสายกำแพงแสน-พนมทวนตรงหลักกิโลเมตรที่ ๒๒

ความเป็นมา

วัดพระแท่นดงรังเป็นวัดที่สร้างมานาน แต่ไม่สามารถหาหลักฐานกำหนดที่แน่นอนได้ เพียงสันนิษฐานว่าคงจะได้รับการสร้างขึ้นในระยะใกล้เคียงกับการค้นพบ "พระแท่น" ในสมัยกรุงศรีอยุธยา

จากนิราศพระแท่นดงรังของสามเณรกลั่น ซึ่งได้เดินทางมานมัสการพระแท่นดงรังพร้อมกับสุนทรภู่ผู้เป็นบิดา เมื่อเดือน ๔ บีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๖ และของนายมี หมื่นพรหมสมพัดสร เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗ แสดงให้เห็นว่ามีวัดพระแท่นดงรังอยู่แล้ว

โดยเฉพาะพระวิหารที่สร้างครอบพระแท่นไว้นั้น กรมศิลปากรได้สันนิษฐานไว้ว่า หลังเดิมคงจะสร้างขึ้นในราวรัชกาลที่ ๑ หรือต้นรัชกาลที่ ๒ และได้ทำการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๓

ต่อมาเมื่อบี พ.ศ. ๒๔๐๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๔ ได้โปรดให้ทำการปฏิสังขรณ์พระวิหารสร้างต่อเติมพระอุโบสถที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ พร้อมกับได้สร้างพระเจดีย์ขึ้นด้านหลังพระแท่นอีกหนึ่งองค์

ครั้นกาลเวลาล่วงเลยมาเสนาสนะต่าง ๆ ได้ชำรุดทรุดโทรมหักพังตามกาลสมัย ท่านสมการน้อยผู้เป็นเจ้าอาวาส ประมาณบี พ.ศ. ๒๔๖๕ จึงได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุและอาคารเสนาสนะต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ให้คงทนถาวรสืบต่อมา

วัดพระแท่นดงรังนับว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่ง เพราะมีพระแท่นเป็นที่บรรทมเสด็จดับขันธปรินิพพาน อันเป็นปูชนิยสถานที่สำคัญยิ่ง พระเจ้าแผ่นดินแต่อดีตได้เคยเสด็จมานมัสการพระแท่นหลายพระองค์ เช่น รัชกาลที่ ๔ ได้เสด็จมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๔ รัชกาลที่ ๕ เสด็จมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๐ รัชกาลที่ ๕ เสด็จมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔ แม้รัชกาลปัจจุบันก็ได้เคยเสด็จมาด้วยแล้ว

วัดพระแท่นดงรังได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังเมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๘ กำหนดเขตกว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๐ เมตร ได้ผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๒

วัดพระแท่นดงรังพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งแต่วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕

เป็นวัดหนึ่งพร้อมกับอีก ๒ วัดคือ วัดวชิรธรรมสาธิต กรุงเทพมหานคร และวัดวชิราลงกรณวราราม จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชนุญาตให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวง เพื่อเฉลิมพระเกียรติในพระราชพิธีสถาปนา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร วันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕

ทรัพย์สิน

ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ ๒,๓๘๐ ไร่ มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์คือ น.ส. ทางราชการได้กำหนดให้บ่าพระแท่นดงรังเป็นป่าคุ้มครองเมื่อ พ.ศ. ๒๘๔

ปูชนียวัตถุสถาน ถาวรวัตถุ และอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี

พระแท่น ที่บรรทมเสด็จดับขันธปรินิพพานยาวประมาณ 6.๐ เมตร ด้านเหนือกว้าง ๒.๒๕ เมตร ด้านใต้กว้าง ๒ เมตร มีพระวิหารสร้างคลุมพระแท่นไว้

พระอุโบสถ หลังใหม่แบบจตุรมุข ทรงไทย หน้าบันด้านหน้าประดิษฐานพระปรมาภิไชย ย่อ ถ.ป.ร ทรงครุ ด้านหลังเป็นภาพบันเทพเจ้าสุนทรีย์ ด้านตะวันออกเป็นภาพปั้นพระพรหมธาดาทรงหงส์ ด้านตะวันตกเป็นภาพปั้นพระนารายณ์ทรงครุฑ ขนาดพระอุโบสถภายในกว้าง ๒ วา ๒ ศอก = ๑๔ นิ้ว ยาว ๑๔ วา ๔ นิ้ว

วิหารพระแท่น วิหารพระอานนท์ และวิหารทรมานพระกาย เป็นลักษณะทรงไทยสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

มณฑปแปดเหลี่ยม คอนกรีตเสริมเหล็กเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง อยู่บนเขาถวายพระเพลิง

ศาลาการเปรียญ ลักษณะทรงไทย ๒ ชั้น เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

นอกจากนี้ก็มีหมู่กุฎิ โรงเรียนปริยัติธรรม หอสวดมนต์ หอฉัน เมรุและศาลาคู่เมรุ ล้วนก่อสร้างขึ้นมาเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กถาวรแล้วทั้งนั้น

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

วัดพระแท่นดงรัง ได้ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรมตลอดมา ซึ่งปัจจุบันมี อาคารเรียนเป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น มั่นคงถาวร มีนักเรียนธรรม ๔๘ รูป

โรงเรียนหนังสือไทยระดับมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เป็นสถานที่เล่าเรียน อำนวยประโยชน์แก่เยาวชนเป็นอันมาก

นอกจากนี้ทางวัดได้จัดให้มีน้ำประปาขึ้น เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชนในท้องที่และได้สนับ- สนุนให้สถานที่ก่อสร้างสถานีผดุงครรภ์ของกรมอนามัย และให้ความอนุเคราะห์ตามสมควรเพื่อ ประโยชน์สุขแก่ประชาชนทั่วไป

การบริหารและการปกครอง วัดพระแท่นดงรัง ได้มีระเบียบว่าด้วยการรับพระภิกษุสามเณรเข้าอยู่พานักอาศัย และ การประพฤตปฏิบัติตามพระธรรมวินัยคำสั่งของคณะสงฆ์โดยเคร่งครัดตลอดมา

ภายใต้การ ปกครองบังคับบัญชาของเจ้าอาวาส

ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔)

มีพระภิกษุจำพรรษา ๖๔ รูป สามเณร ๘ รูป ลำดับเจ้าอาวาสมีดังนี้ ๑. พระอธิการยม ๒. พระอธิการแทน ๓. พระอธิการน้อย ๔. พระอธิการจัน ๕. พระอธิการเหยี่ยว ๖. พระวินัยธรรมเร่ง ชินปุตฺโต ถึงมรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ๗. พระครูพุทธปัญจาภิบาล (ทองหล่อ ปนาโท) พ.ศ. ๒๕๐๒ ถึงปัจจุบัน