วัดพระบรมธาตุไชยา

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดพระบรมธาตุไชยา เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๕๐ ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อถนนหลวง ทิศใต้ติดต่อคลองไชยา ทิศตะวันออกติดต่อถนน และทิศตะวันตกติดต่อคลองไชยา ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปบริเวณวัดแบ่งเป็น ๒ เขต คือ เขตพุทธาวาส และเขตสังฆาวาส ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเขตพุทธาวาส

ความเป็นมา

จากโบราณวัตถุโบราณสถานที่ยังปรากฏอยู่ ทราบได้ว่า วัดนี้มีมาแล้วหลายยุคหลายสมัย คือ เกิดขึ้นแล้วร้างไป แล้วกลับฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ สามารถแยกเป็นสมัย ๆ ได้ดังนี้

สมัยทวาราวดี ดูจากพระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่เท่าคน ระหว่าง พ.ศ. ๑๐๐๐-๑๒๐๐

สมัยศรีวิชัย ดูจากองค์พระเจดีย์พระมหาธาตุแบบสมัยศรีวิชัยหรือแบบอินโดชวานีสใน ทางโบราณคดี ระหว่าง พ.ศ. ๑๒๐๐-๑๕๐๐

สมัยสุโขทัย ดูจากใบพัทธเสมาคู่แฝดปรากฏอยู่รอบ ๆ เขตพระอุโบสถเดิมของวัด

สมัยกรุงศรีอยุธยา ดูจากพระพุทธรูปศิลาทรายแดง ซึ่งมีอยู่มากมาย ขนาดโตกว่าธรรมดา

สมัยธนบุรี ดูจากศิลาจารึกในวัดอื่นที่ใกล้ ๆ กัน แสดงถึงการทะนุบำรุงรักษา พระพุทธศาสนาในถิ่นนี้ทั่ว ๆ ไป

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เข้าใจว่าถูกพวกพม่าข้าศึกทำลายไปในรัชกาลที่ ๑ ต่อมาใน รัชกาลที่ ได้ทำการฟื้นฟูและบูรณะขึ้นใหม่ และบูรณะตกแต่งของเดิมให้คงสภาพที่ดีขึ้น และสร้างถาวรวัตถุขึ้นมาใหม่แทนที่ชำรุดทรุดโทรมจนไม่สามารถบูรณะขึ้นใหม่ได้ โดย

พระชยาภิวัฒน์สุภัทรสังฆปาโมกข์ เจ้าคณะเมืองไชยาระหว่าง พ.ศ. ๒๔๓๕-๒๔๔๔ และการ บูรณะได้สืบเนื่องมาเรื่อย ๆ จวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ และได้รับพระบรมราชานุญาตให้ยกขึ้น เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๑ และ เลื่อนฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหารตั้งแต่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๐

ทรัพย์สิน

วัดพระชาติ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ทั้งสิ้น ๔๒ ไร่ ดิน

ที่ธรณีสงฆ์มีทั้งหมด ๓ แปลง แปลงที่ ๑-๒ อยู่ที่ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ทั้งหมด ๓ ไร่ ๑๐ ตารางวา และแปลงที่ ๓ อยู่ที่ตำบลโมถ่าย อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๒ งาน

ปูชนียวัตถุ และถาวรวัตถุที่สำคัญของวัดมีดังนี้

พระอุโบสถ สร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๕๐๑ รูปทรงไทย เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างตรง แนวบริเวณพระอุโบสถเดิม แต่ขยายส่วนให้ยาวกว่าเดิม เสมาคู่ที่เรียงรายรอบพระอุโบสถเป็น ของสมัยสุโขทัย ภายในพระอุโบสถมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปศิลาทราย ปางมารวิชัย สมัยอยุธยา พระอุโบสถหลังนี้หันหน้าไปทางทิศตะวันตกต่างจากพระอุโบสถอื่นที่หันหน้าไปทาง ทิศตะวันออก เพราะว่าเมื่อกราบพระประธานแล้วก็จะได้กราบพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุใน พระบรมธาตุไชยาด้านหลังไปด้วยพร้อม ๆ กัน

พระวิหารหลวง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกขององค์พระบรมธาตุ สร้างยื่นล้ำเข้าไปในเขต พระวิหารคด ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระชยาภิวัฒน์ พ.ศ. ๒๔๔๔ ภายหลังชำรุดได้ สร้างขึ้นใหม่ในที่เดิม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒ รูปทรงไทย คอนกรีตเสริมเหล็ก คงไว้แต่พระพุทธรูป และฝ่าผนังหลังพระพุทธรูปเท่านั้น

พระเจดีย์พระบรมธาตุไขยา เป็นพุทธเจดีย์สมัยศรีวิชัย สร้างตามลัทธิมหายาน ประมาณ พ.ศ. ๑๓๐๐ เป็นพระเจดีย์ที่ก่อสร้างด้วยอิฐ ลงรักบิดทองทั้งองค์ ตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถกับ พระวิหารหลวง ล้อมรอบด้วยวิหารคดทั้ง ๒ ด้าน ฐานเป็นสีเหลี่ยมจตุรมุข ส่วนยอดแบ่งเป็น ๓ ชั้น ลดหลั่นกันขึ้นไปยอดเจดีย์เป็นองค์ระฆังลักษณะรูป ๘ เหลี่ยม ตั้งอยู่บนรูปดอกบัวขนาด ใหญ่ ลงรักบิดทองลวดลายสวยงามยิ่ง นับว่าเป็นปูชนียวัตถุอันสำคัญยิ่งของวัดนี้และเป็นที่ เคารพนับถือของคนทั่วไป

นอกจากนี้ ก็มีศาลาการเปรียญ กุฎิสงฆ์ต่าง ๆ เป็นต้น

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดพระบรมธาตุไชยามีโรงเรียนปริสตธรรม • แห่ง มีนักเรียนบาลีจำนวน ๓ รูป และ นักเรียนธรรมจำนวน ๔๐ รูป ในปัจจุบัน (พ.ศ. ๕๒๔)

การบริหารและการปกครอง เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันชื่อ พระเทพวิสุทธิเมธี (พุทธทาส ภิกขุ) และในขณะนี้ (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีพระภิกขุจำนวน ๒๒ รูป สามเณรจำนวน รูป และชีจำนวน ๓ คน