วัดกัลยาณมิตร
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดกัลยาณมิตร เป็นพระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๕๖ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
อาณาเขต
ทิศเหนือ
ติดต่อกับคลองบางหลวง
ทิศใต้
ติดต่อกับโบสถ์โรมันคาทอลิก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับสุเหร่าแขก
ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปของบริเวณที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมถึงเพราะเป็นที่ชายเลน ของแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำท่วมทุกปี
ความเป็นมา
วัดนี้สร้างเมื่อปีระกาสัปตศก จ.ศ. ๑๑๘๘ พ.ศ. ๒๓๒๘ ปีที่ ๒ ในรัชกาลที่ ๓ เจ้าพระยา นิกรบดินทร์ (โต ต้นตระกูลกัลยากเมิตร) ว่าที่ สมุหนายก บุตรพระพิชัยวารี (มัน แซ่อึ่ง) เมื่อยังเป็นพระยาราชสุภาวดี เจ้ากรมพระสุรัสวดีกลาง ได้อุทิศที่บ้านกับซื่อที่ดินเพิ่มเติมสร้างขึ้น แล้วถวายเป็นพระอารามหลวง
ทรัพย์สิน
เนื้อที่ทั้งหมด ๓๓ ไร่ ๑ งาน หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ โฉนดเลขที่ ๑๓๘๕๙ ถาวรวัตถุของวัดมีดังนี้ คือ พระอุโบสถ ก่ออิฐถือปูน ๕ ห้อง สร้างประมาณ พ.ศ. ๒๓๗๘ กว้าง ๒๐.๘๘ เมตร ยาว ๓๐.๘๐ เมตร หลังคาไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันบั้นลายดอกไม้ประดับกระเบื้องเคลือบ ซุ้มประตู หน้าต่างบั้นลายดอกไม้บิดทองประดับกระจก ฝาผนังเขียนภาพพุทธประวัติ และภาพ เครื่องบูชามีอิทธิพลจีน เสาเขียนลายทรงข้าวบิณฑ์ หันหน้าลงแม่น้ำเจ้าพระยา
พระวิหารใหญ่ พระวิหารหลวง ๕ ห้อง กว้าง ๔๒ เมตร ยาว ๓๖.๘๘ เมตร หลังกาลด ๒ ชั้น มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันสลักลายดอกไม้ประดับกระจก เสาเขียนลายดอกไม้ ผนังเขียนลายดอกไม้เช่นเดียวกับเสา หันหน้าลงแม่น้ำเจ้าพระยา รัชกาลที่ ๓ โปรดให้สร้าง
พระวิหารเล็ก มีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระอุโบสถ ตั้งอยู่ด้านซ้ายพระวิหาร- หลวง หันหน้าลงแม่น้ำเจ้าพระยา
ศาลาการเปรียญ มี ๕ ห้อง หลังคาลด ๒ ชั้น มีช่อฟ้าใบระกา ยาว ๑.๕ เมตร กว้าง ๑๒ เมตร ตั้งอยู่มุมวัดด้านตะวันออก หันหน้าลงแม่น้ำเจ้าพระยา รัชกาลที่ ๓ โปรดให้สร้าง
ศาลาท่าน้ำ ๒ หลัง ก่ออิฐถือปูน มีช่อฟ้าใบระกา ตั้งอยู่สุดถนนหน้าพระอุโบสถหลัง หนึ่ง หน้าวิหารเล็กหลังหนึ่ง ศาลาท่าน้ำด้านคลองบางหลวง ๒ หลัง หลังหนึ่งก่ออิฐถือปูน มีช่อฟ้าใบระกา หลังหนึ่งทำด้วยไม้
ศาลา ๓ หน้า มีช่อฟ้าใบระกา หลังคาลด ๒ ชั้น หน้าบันสลักลายบีดทองประดับ กระจก ตั้งอยู่หน้าวิหารหลวง
กุฎิหมู่หนึ่ง หลังพระอุโบสถ ก่ออิฐถือปูนหลังหนึ่ง กุฎิไม้ ๓ หลัง อีกหมู่หนึ่งอยู่ ใกล้เคียงหมู่แรกเป็นกุฎไม้มี x หลัง เรียกกันว่า คณะพระอาจารย์กลัด อีกหมู่หนึ่งก่ออิฐถือปูน ๔ หลัง เรียกกันว่าคณะกุฎ กุฎิหมู่หนึ่งก่ออิฐถือปูน ๕ หลัง ตั้งอยู่หลังโรงเรียนรัตนบดินทร เรียกกันว่า คณะสโมสร กุฎหมู่หนึ่งก่ออิฐถือปูน หลัง อยู่ริมคลองบางหลวง คณะนี้เรียก กันว่าคณะเจ้าอาวาส ตามปกติเจ้าอาวาสมักอยู่คณะนี้ กุฎิหมู่หนึ่งก่ออิฐถือปูน ๒ ชั้น ๔ หลัง ตั้งอยู่ตรงหลังวิหารหลวง เรียกกันว่า คณะสุนทรสมาจารย์ และหอสวดมนต์ หลังหนึ่งก่ออิฐ ถือปูน ๑ ชั้น
พระเจดีย์หิน องค์หนึ่ง ฐานวัดโดยรอบ ๒๘ เมตร สูง ๑๔.๕๐ เมตร ฐานแบ่งเป็นช่อง รวม ๑๖ ช่อง ตั้งอยู่ระหว่างถนนหน้าวิหารหลวงกับถนนหน้าวิหารเล็ก
พระเจดีย์ประดับหินอ่อน ๒ องค์ ตั้งอยู่หน้าวิหารหลวง ฐาน ๘ เหลี่ยม โดยรอบ ๑๑.๖๒ เมตร เท่ากัน
พระเจดีย์หลังพระอุโบสถ ๑ องค์ องค์พระเจดีย์ประดับหิน ฐานวัดโดยรอบ ๑๕.๕๖ เมตร สูงพื้นถึงออด ๑๔.๘๓ เมตร มีกำแพงแก้ว ชั้น
พระเจดีย์ประดับหินอ่อน ข้างศาลาการเปรียญ ฐานวัดโดยรอบ ๗.๖ เมตร สูง ๑๕.๔ เมตร มีกำแพงแก้วรอบ มีบันไดขึ้นลง ข้างมี ปรางค์หินอ่อนแบบจีนตั้งอยู่ทั้ง มุมกำแพง พระเจดีย์ องค์นี้ เจ้าพระยารัตนบดินทร (รอด กัลยาณมิตร) สร้างเพื่อบรรจุอัฐเจ้าพระยานิกรบดินทร (โต) ผู้บิดา ราว พ.ศ. ๒๔๐
หอพระธรรมมนเทียร ข้างพระวิหารหลวงด้านเหนือ ตัวหอก่ออิฐถือปูน มีระเบียง รอบกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๔.๓๙ เมตร มีบันไดขึ้นลง ข้าง หลังคาลด ๒ หลัง มีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันสลักลายเปลวตรงกลาง สลักรูปมหามงกุฎ • พระบรรไชยศรี ๑ ฉลองพระบาท คู่ ๑ พระแส้ ๑ ประดิษฐานเหนือพานพระ มีเศวตฉัตรสัปทน ปีดทองประดับกระจก
ซุ้มประตูหน้าต่าง ปั้นลายดอกไม้ ตรงกลางสลักรูปพระมหามงกุฎ ประดิษฐานเหนือ พาน บีดทองประดับกระจก ชั้นบนประดิษฐานตู้พระธรรมสลักลายบีดทอง ๑ ตู้ หอพระธรรม มนเทียรหลังนี้ รัชกาลที่ ๔ โปรดให้สร้างและพระราชทานนามว่า หอพระธรรมมนเทียรเถลิง พระเกียรติ
ปูชนียวัตถุของวัดมีดังนี้ คือ
พระพุทธรูปหล่อปางปาลิไลยก์ พระอังศากว้าง ๖๐ ซม. วัดแต่ฐานบัวถึงพระเกศ ๓๗๒ เมตร แต่พระบาทถึงพระเกศ ๒๕ เมตร ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ
พระพุทธรูปปิลันทน์ปางมารวิชัย ในพระวิหารหลวง หน้าตักกว้าง ๑๑๗๕ เมตร สูง ๑๕.๔๕ เมตร รัชกาลที่ ๓ โปรดให้สร้าง เดิมเรียกกันว่าพระโต รัชกาลที่ ๔ พระราชทานพระนามว่า พระพุทธไตรรัตนนาชก
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดกัลยาณมิตร มีโรงเรียนปริยติธรรม ๑ หลัง ประกอบด้วยนักเรียนบาลี ๑๑ รูป และนักเรียนธรรม ๑๓ รูป
การบริหารและการปกครอง
ปัจจุบันเจ้าอาวาสชื่อ พระราชปริยดี (สุวรรณ โมสโก ป.ย. ๔) อายุ ๘๑ พรรษา ๕๑ ลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่รูปแรกถึงปัจจุบัน มีดังนี้
๑. พระพิมลธรรม พ.ศ. ๒๗๗๘-๒๓๘๕
๒. พระญาณรังษ์ (สิน) พ.ศ. ๓๘๕-๒๓๙๔
๓. พระธรรมเจดีย์ (เนียม) พ.ศ. ๒๓๘๔-๒๔๒๖
๔. พระปริยัติบัณฑิต (ครุฑ) พ.ศ. ๒๔๒๖-๒๔๓๖
๕. พระวิเชียรคุณาธาร (โสตต์) พ.ศ. ๒๔๓๖ อยู่ ๒ ปี ย้ายไปครองวัดโมลิโลก
๖. พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (เบีย) พ.ศ. ๔๓๘-๒๔๖๔
๗. พระวินัยกิจโกศล (ตรี) พ.ศ. ๒๔๖๔-๒๔๘๙
เมื่อพระวินัยกิจโกศล ถึงมรณภาพแล้ว สมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) วัดอนงคาราม ซึ่ง เป็นเจ้าคณะจังหวัดธนบุรี สมัยนั้น ได้ตั้งพระสงฆ์วัดกัลยาณมิตรเป็นกรรมการรักษาวัด โดยมี พระครูวิสุทธิสังวร (ขาว) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เป็นประธานกรรมการ
๘. พ.ศ. ๒๔๐ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ตั้งให้พระมหาสุวรรณลาภ โฆสโก เป็นผู้ รักษาการเจ้าอาวาส จน พ.ศ. ๒๔๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร พ.ศ. ๒๕๐๑ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชปริษัติ ดำรงตำแหน่งเจ้า- อาวาสวัดกัลยาณมิตร จนถึงปัจจุบันนับเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๔
ปัจจุบันมีจำนวนพระภิกษุ ๓๕ รูป และจำนวนสามเณร ๑๓ รูป