วัดกลาง

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดกลาง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ริมคลองปากน้ำ เลขที่ 64 ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

อาณาเขต ทิศเหนือยาว 3 เส้น 1 งาน 17 วา จดที่ดินเอกชน ทิศใต้ยาว 4 เส้น • งาน 11 วา จดคลองปากน้ำ ทิศตะวันออกยาว 7 เส้น 7 วา จดคลองตาเภา ทิศตะวันตก ยาว 7 เส้น 8 วา จดคลองหลักเมือง

ความเป็นมา

วัดกลาง เดิมมีชื่อว่า "วัดตะโกทอง" เพราะขุดพบแหวนทองคำโบราณใต้ต้นตะโกขณะ ทำการปรับพื้นที่สร้างวัด ต่อมาชาวบ้านเรียกกันว่า "วัดกลาง" เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางระหว่าง วัดนอกคือวัดพิชัยสงคราม กับวัดในคือวัดในเดิมสองวิหาร

วัดนี้ตั้งเป็นวัดเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๒๕๖ ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษแห่งกรุงศรีอยุธยาโดยอุบาสกาหมายชาวจังหวัดสมุทรปราการ ๓ คน และผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันสร้างวัดเพื่อถวายแก่พระอาจารย์ซ ผู้ที่สมบูรณ์ด้วยศีลาจางวัคร ในระยะที่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่หม่า วัดนี้กลายเป็นวัดร้างจนสมัยกรุงธนบุรี พระอาจารย์ดาได้ยกขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์ กรั้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ วัดนี้ก็ได้รับการทะนุบำรุงให้เจริญขึ้น จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๓ พระองค์โปรดให้บูรณะปฏิสังขรณ์ทั้งพระอารามแล้วยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง ในรัชกาลที่ ๔ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๐๑ พระองค์เสด็จถวายผ้าพระกฐินที่วัดนี้ และโปรดให้สร้างพระเจดีย์แบบลอมฟางครอบพระสมุทรเจดีย์องค์เดิม ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดให้พื้นฟื้นการศึกษาและการศาสนาขึ้นใหม่ทั่วพระราชอาณาจักร วัดกลางจึงเป็นศูนย์กลางส่งเสริมการศึกษาและการศาสนาประจำเมืองสมุทรปราการสืบต่อมาโดยลำดับ

ทรัพย์สิน ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ประมาณ ๒๕ ไร่ และยังมีที่ธรณีสงฆ์ ไร่ ได้จัดเป็นที่สาธารณสงเคราะห์เป็นที่จัดทำผลประโยชน์ซึ่งมีตลาดอาคารพาณิชย์และบ้านพักอาศัย เป็นที่ตั้งโรงเรียนเทศบาล โรงเรียนเฉลิมวิทยา และเป็นที่นาอยู่ตำบลสามแพรก ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุของวัดมีดังนี้คือ พระอุโบสถหลังเก่า สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๕ ศิลปะสมัยรัชกาลที่ ๓ ในปี พ.ศ. ๒๒๓ ได้เริ่มสร้างพระอุโบสถหลังใหม่โดยไม่รื้อหลังเดิม พระประธานในพระอุโบสถ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๒๐๕ เซนติเมตร สร้างด้วยศิลาแลงหุ้มปูนบีดทอง ได้อัญเชิญมาจากวัดร้างกลางป่า อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี พระวิหารภายในประดิษฐานรูปหล่ออดีตเจ้าวาวาสวัดกลาง ตั้งแต่รูปที่ ๑ ถึงรูปที่ ๔๑ พระมณฑปพระพุทธบาทจำลองภายในประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอยจำลอง หอประชุมสงฆ์จังหวัดสมุทรปราการ ตึกคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย มีช่อผ้าใบระกา สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นที่ตั้งโรงเรียนปริยัติธรรมและสถานที่ประชุมปฏิบัติศาสนกิจต่าง ๆ หน้าหอประชุมสงฆ์นี้มีพระพุทธมงคลนวฤทธิ์ ปางประทานพรประทับยืน หอระฆัง-กลอง-นาฬิกา สร้าง พ.ศ. ๕๒๐ กุฏิสงฆ์ ๖ คณะ จำนวนทั้งสิ้น ๑ หลัง นอกจากนั้นยังมีพระปรางค์ พระพุทธเจดีย์ พระธรรมเจดีย์ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ และศาลาบำเพ็ญกุศล

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดกลางมีโรงเรียนปริยัติธรรมที่ได้จัดการศึกษาทั้งแผนกธรรมและบาลี

โรงเรียนสอน หนังสือไทยระดับมัธยมศึกษาประจำจังหวัด "โรงเรียนสมุทรปราการ สป. ด" และโรงเรียนสอน หนังสือไทยสำหรับสตรีประจำจังหวัด "โรงเรียนสมุทรสตรี" นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งสำนักงาน เจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการ เป็นที่ดำเนินกิจการสมาคมส่งเสริมพุทธธรรมจังหวัดสมุทรปราการ ในเครือพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นที่ตั้งห้องสมุดประชาชนจังหวัด สมุทรปราการ ห้องสมุดสาธารณะของทางราชการ และเป็นที่ตั้งสำนักงานมูลนิธิ "ศรีสมุทรคุณ"

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม

การศาสนาและสงเคราะห์เด็กยากจน ที่เรียนดี เป็นการกุศลสาธารณสงเคราะห์ทั่วไป

การบริหารและการปกครอง ทางวัดได้ดำเนินการปกครองตามพระธรรมวินัย กฎ ระเบียบข้อบังคับ และคำสั่งแบบ แผนของทางคณะสงฆ์เลื่อนมาอย่างเคร่งครัด โดยมีเจ้าอาวาสปกครองดูแล ตามลำดับดังนี้ ๑. พระอธิการชู พ.ศ. ๒๒๕๕ ถึง พ.ศ. - ๒. พระอธิการชี ๓. พระอธิการดา พ.ศ. - ถึง พ.ศ. ๒๓๖๔ ๔. พระอธิการแสง พ.ศ. ๒๓๖๔-๒๓๗๓ ๕. พระครูสุนทรสมุทร (ฮวด) พ.ศ. ๒๓๗๔-๒๓๕๓ ๖. พระครูสุนทรสมุทร (เงิน) พ.ศ. ๓๙๔-๒๔๒๒ ๗. พระครูสุนทรสมุทร (น้อย) พ.ศ. ๔๒๕-๒๔๒๘ ๘. พระครูสุนทรสมุทร (บุญ) พ.ศ. ๔๓๒-๔๔๓ ๙. พระครูสุนทรสมุทร (จ้อย) พ.ศ. ๒๕๔๕-๔๖๑ ๑๐. พระครูสุนทรสมุทร (เล็ก) พ.ศ. ๒๕๒๑-๒๔๔๑ ๑๑. พระครูสุนทรสมุทร (ปลั่ง) พ.ศ. ๒๕๑-๒๔๖๗ ๑๒. พระครูวิจิตรธรรมบาล พ.ศ. ๒๕๖๗-๒๕๐๑ ร.ก.

ต่อมาเป็นพระสมุทรเมชาจารย์ วัดด่านสำโรง พระวีธรรมมุนี

พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๐๔ ร.ก. ต่อมาดำรงสมณศักดิ์ที่พระวิสุทธาธิบดี วัดไตรมิตรวิทยาราม ๑๔. พระราชวิริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๐ ถึงปัจจุบัน