การศึกษาความเหมาะสมของระดับโปรตีนในอาหารปลาที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของปลาดุกพันธุ์ผสมศึกษาผลกระทบของอาหารปลาที่มีผลต่อคุณภาพน้ำและวิธีการบำบัดน้ำด้วยปลานิล

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • พรหมฉัตร เจริญพัฒน์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ประทักษ์ ตาบทิพย์วรรณ

  • อรพินท์ จินตสถาพร

  • นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปลาดุกเป็นปลาเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการผลิตสูงสุด ซึ่งปัจจุบันประชากรนิยมเพาะเลี้ยงปลาดุกเป็นกันมาก ซึ่งโดยอาหารปลาดุกส่วนใหญ่ใช้โครงไก่บด ซึ่งอาหารประเภทนี้มีแนวโน้มทำให้น้ำในบ่อเพาะเลี้ยงเน่าเสียได้ง่าย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาวิธีการผลิตอาหารปลาขึ้นมาทดแทน อีกประการหนึ่งที่ทำให้น้ำเน่าเสียคือ เศษอาหารที่เหลือและของเสียที่สัตว์ขับถ่าย ดังนั้นผู้ทำวิจัยศึกษาในเรื่องการเจริญอาหารขึ้นสำหรับใช้เลี้ยงปลาดุก ศึกษาผลกระทบของอาหารี่มีต่อคุณภาพน้ำและศึกษาการบำบัดน้ำโดยปลานิล ซึ่งจากการทดลองพบว่า ปลาดุกที่ได้รับอาหารที่มีระดับโปรตีนในอาหาร 40% มีการเจริญเติบโตกว่าปลาดุกที่ได้รับอาหารที่มีโปรตีน 25% แต่คุณภาพน้ำในชุดการทดลองที่มีระดับโปรตีนในอาหาร 40% มีคุณภาพน้ำที่ต่ำกว่าคุณภาพน้ำในชุดการทดลองที่เลี้ยงด้วยอาหารปลาที่มีโปรตีน 25 % และเมื่อทำการถ่ายน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาดุกให้แก่ปลานิล ปลานิลกินเศษอาหารที่เหลือจากปลาดุกจึงทำให้มีการเจริญเติบโตได้ดีโดยไม่ต้องให้อาหารเพิ่ม และเมื่อนำน้ำในชุดการทดลองที่ 5 8 ไปวิเคราะห์พบว่า ชุดการทดลองที่ 5 และ 6 ที่มีการเลี้ยงปลานิลไว้น้ำมีคุณภาพดี เนื่องจากปลานิลกินเศษอาหารที่เหลือจากปลาดุก แต่ชุดการทดลองที่ 7 และ 8 นั้นไม่ได้เลี้ยงปลานิลไว้จึงทำให้คุณภาพน้ำไม่ดี จากการทดลองทั้ง 3 ตอนพบว่า อาหารที่มีโปรตีนสูงทำให้ปลาดุกมีการเจริญเติบโตดีกว่าอาหารที่มีโปรตีนต่ำ แต่อาหารที่มีโปรตีนสูงนั้นมีผลกระทบต่อคุณภาพน้ำมากกว่าอาหารที่มีโปรตีนต่ำและเมื่อน้ำจากการเลี้ยงปลาดุกมาเลี้ยงปลานิล ปรากฏว่าปลานิลมีการเจริญเติบโตได้ดี โดยไม่ต้องให้อาหารเพิ่มและยังส่งผลให้คุณภาพน้ำดีขึ้นทั้งนี้การศึกษาดังกล่าวสามารถนำไปเป็นแนวทางในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ โดยลดผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำและก่อให้เกิดผลประโยชน์กับผู้เพาะเลี้ยง