การศึกษาประสิทธิภาพของราทำลายแมลงในสกลุ Beauveria ในการกำจัดยุงก้นปล่อง (Anopheles Minimus และ Anopheles dirus) ที่พบในประเทศไทย

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • พฤนท์สรวง วิจิตร

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • สมศักดิ์ ศิวิชัย

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเฉลิมพรเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ยุงก้นปล่อง (Anopheles) เป็นพาหะนำเชื้อโรคมาลาเรีย ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อ Plasmodium sp. นับว่าเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขต่อประชากรโลก ปัจจุบันเชื้อชนิดนี้มีความสามารถในการปรับตัวให้ดื้อต่อยาที่ใช้รักษาได้อย่างรวดเร็ว การใช้สารเคมีทำลายยุงก้นปล่องที่เป็นพาหะนำเชื้อ เป็นวิธีหนึ่งที่นิยมมากเพราะเห็นผลเร็ว ขณะเดียวกันผู้ใช้อาจได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายและเกิดการสะสมทำให้เกิดพิษอย่างร้ายแรงต่อร่างกายได้ รวมทั้งยุงก้นปล่องยังมีพฤติกรรมการหลีกหนีสารเคมีฆ่าแมลงหลายชนิด รวมทั้ง DDT ได้ดีมาก (Roger, 1998) จึงได้ศึกษาหาวิธีทำลายยุงก้นปล่องโดยอาศัยวิธีทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากในปัจจุบัน การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของราในสกุล Beauveria ที่รวบรวมได้ในประเทศไทย มาศึกษาในการกำจัดยุงก้นปล่อง (Anopheles) โดยคัดเลือกราสกุล Beauveria จำนวน 4 สายพันธุ์ แล้วนำมาเพาะเลี้ยงเพื่อนำสปอร์ของรามาเตรียมสารละลายสปอร์ ที่มีความเข้มข้นมากกว่าหรือเท่ากับ ![1 x 10^6](/latexrender/pictures/ee1/ee1491c851ee04be048473a42472c583.gif) conidia/ ml ในน้ำกลั่นและ 0.05% ของ Triton x 100 เป็นตัวทำละลาย จากนั้นจำแนกตัวอย่างยุงก้นปล่อง (Anopheles dirus) ออกเป็น 5 กลุ่มๆละ 20 ตัว โดยให้มีจำนวนยุงเพศผู้และจำนวนยุงเพศเมียอย่างละ 10 ตัว ใส่สงในภาชนะที่จัดเตรียมไว้ โดย 4 กลุ่มแรกทำการ spray สารละลายสปอร์ที่เตรียมไว้ ส่วน 1 กลุ่มที่เหลือ spray โดยใช้ 0.05% Triton x 100 จากนั้นเปลี่ยนตัวอย่างยุงเป็น Anopheles minimus เลี้ยงยุงที่ได้รับการ spray สารละลายสปอร์ทั้ง 2 ชนิด ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 14 วัน ผลการศึกษาพบว่ามีการตายของ Anopheles dirus และ Anopheles minimus ที่ได้รับสารละลายสปอร์ และไม่มีการตายของยุงในกลุ่มที่ได้รับ 0.05% Triton x 100 ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าราสกุล Beauveria มีความสามารถในการกำจัด Anopheles dirus และ Anopheles minimus ได้จริง สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลที่สำคัญในการวางแผนการควบคุมพาหะนำโรคมาเลเรียแบบชีววิธีได้