กระเจี๊ยบผง

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • จุฑารัตน์ ตันธัญลักษณ์

  • ธนิสรา บุญโสม

  • นงลักษณ์ วาสิการ

  • ปาจนี ทองภิญโญชัย

  • ปิยฉัตร โภคาพันธ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • นิรมิ วรวิทยานุสรณ์

  • สุนิศา ปัญญาวราภรณ์

  • สายัณห์ บุญชู

  • สมโชค ณ นคร

  • ศิวัฒน์ สมรักษ์

  • สุนันท์ พงษ์มณี

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสตรีภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษามัธยมปลาย

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การศึกษาเรื่องการทำกระเจี๊ยบผง มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำผลิตภัณฑ์กระเจี๊ยบในรูปของกระเจี๊ยบผง นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ในรูปของแยมกระเจี๊ยบ และน้ำกระเจี๊ยบสดซึ่งพบกันอยู่ทั่วไป เป็นการถนอมอาหารในรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้เก็บไว้ได้นานและสะดวกในการบริโภค ในการศึกษาเรื่องนี้ ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบค่า pH และปริมาณวิตามินซี ของกระเจี๊ยบในรูปแบบต่างๆ คือ กระเจี๊ยบสด กระเจี๊ยบผงไม่อบ กระเจี๊ยบผงอบที่อุณหภูมิ 40 °C และอุณหภูมิ 70 °C ผลจากการทดลองพบว่า ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิ ค่าความเป็นกรดและปริมาณวิตามินซีจะลดน้อยลง ซึ่งได้เลือกการทำกระเจี๊ยบผงอบที่อุณหภูมิ 70 °C เพราะที่อุณหภูมิ 70 °C สามารถฆ่าเชื้อราได้ และจากการศึกษาเพื่อหาเวลาที่เหมาะสมในการอบกระเจี๊ยบแห้งที่อุณหภูมิ 70 °C โดยใช้เวลา 5, 10, และ 15 นาที พบว่าอบในเวลา 5 นาที เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะมีปริมาณวิตามินซี และความเป็นกรดมากที่สุด นอกจากนี้ พบว่าอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชงผงกระเจี๊ยบแล้วยังมีปริมาณวิตามินซีมากที่สุด ระหว่างน้ำอุณหภูมิห้อง 40 °C, 50 °C, 60 °C และ 80 °C คือน้ำที่อุณหภูมิน้อง จึงสรุปได้ว่า ในการทำกระเจี๊ยบสดให้เป็น กระเจี๊ยบผงสำเร็จรูป มีวิธีการทำดังนี้ โดยการนำกระเจี๊ยบสดมาตากแดดให้แห้งเพื่อไล่ความชื้น แล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 70 °C เป็นเวลา 5 นาที เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา แล้วนำบดเป็นผง บรรจุซอง