การลดปริมาณเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลโดยใช้พืชสมุนไพร

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • สมรัฐเชตนุช

  • เมธี กลิ่นอุบล

  • ธนิษฐารุ่งรังสี

  • ธนัฒพรรัศมีทธิ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • มหินท์ แต่งสกุล

  • วสันต์ ภูวสรรเพชญ

  • สุวิทย์ ศิลปะสุวรรณ์

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นศัตรูข้าวอันดับหนึ่งของประเทศไทยในปัจจุบัน ดังเช่นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2533 2534 เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ระบาดอย่างหนักและทำความเสียหายให้กับนาข้าวในแถบจังหวัดภาคกลางทำให้เกษตรกรบางรายถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว สาเหตุสำคัญที่ทำให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดคือ เกษตรกรใช้พันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตมาก แต่ความต้านทานต่ำและใช้สารเคมีกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ซึ่งสารเคมีนี้มีผลกระทบกับตัวห้าที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จึงทำให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไม่มีศัตรูตามธรรมชาติถ่วงสมดุล ทางคณะผู้จัดทำจึงมีความคิดที่จะช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อนซึ่งเราพบว่า สารสกัดจากสะเดามีผลทำให้กระบวนการสร้างสาร ไคติน ซึ่งเป็นสารประกอบสำคัญของเปลือกห่อหุ้มตัวแมลงผิดปกติไปทางคณะผู้จัดทำจึงนำสารที่สกัดจากสะเดามาทำการทดลองกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ผลในการลดปริมาณเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไม่เป็นที่น่าพอใจ จึงนำสารสมุนไพรชนิดอื่น ได้แก่ ข่า, ตะไคร้ และกะเพราะ มาผสมกันโดยใช้สะดาเป็นสารหลักซึ่งปรากฏว่าสมุนไพรสูตรผสมระหว่าง สะเดา + ข่า + ตะไคร้ + กะเพราะ ในอัตราส่วนสารชนิดละ 25 กรัม รวมเป็นสาร 100 กรัม ต่อน้ำ 2 ลิตร มีประสิทธิภาพในการลดปริมาณเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ถึง 96% โดยไม่มีผลกระทบต่อตัวน้ำและสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้น ได้นำสมุนไพรสูตรนี้ไปทดลองจริงในนาที่มีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลโดยใช้สาร 20 ลิตรต่อพื้นที่ 1 ไร่ โดยฉีดสารสมุนไพรทุก 3 วัน เป็นจำนวน 3 ครั้ง ปรากฏว่าได้ผลผลิตดีกว่านาใกล้เคียงถึง 82%