การตัดต่อยีนและเปรียบเทียบการตัดต่อยีนและเปรียบเทียบความสามารถในการละลายของ Plasmepsin I ที่ผ่านการตัดต่อยีน เข้ากับGreen Fluorescence Protien กับ Plasmepsin Iที่ไม่ได้รับการตัดต่อยีนความสามารถในการละ ...

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • กัลยา ประไพนพ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • สุดสงวน ชูสกุลธนะชัย

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยมหิดล

ระดับการศึกษา

โครงงานวิทยาศาสตร์ในระดับการศึกษาปริญญาโทขึ้นไป

หมวดวิชา

โครงงานวิทยาศาสตร์ในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

Plasmepsin I (PM I) เป็นโปรติเอสเอ็นไซม์ชนิดหนึ่งของซึ่งมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของเชื้อมาลาเรียเนื่องจาก PMI มีหน้าที่สลายฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงเพื่อเป็นนำมาเป็นอาหารและใช้ในกระบวนการ metabolism ของเชื้อมาลาเรีย ดังนั้น PM I จึงเป็นโปรตีนที่เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจของยารักษามาลาเรีย และโครงสร้างสามมิติของ PMI จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการออกแบบยา จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าการผลิต PMI ในแบคทีเรียชนิดอีโคไล (E.coli) จะได้โปรตีนในปริมาณมาก แต่มีความสามารถในการละลายตำ จึงได้โปรตีนที่อยู่ในรูป inclusion body ซึ่งยากต่อการทำให้บริสุทธ์เพื่อนำมาศึกษาคุณสมบัติต่อไป ในการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะปรับปรุงความสามารถในการละลายของ PMI โดยนำยีนของโปรตีน PMI ต่อเข้ากับยีน Green Fluorescence Protien (GFP) เนื่องจากมีรายงานว่า GFP เป็นโปรตีนที่มีความสามารถในการละลายดี จึงอาจมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงความสามารถในการละลายของโปรตีน PM I และนอกจากนั้นยังสามารถใช้แสงสีเขียวของ GFP เป็นเครื่องตรวจสอบการแสดงออกของ PMI ได้ ขอบเขตของการศึกษาเริ่มจากการโคลนยีน PMI โดยวิธี PCR และนำยีน PMI ที่ได้มาต่อเข้ากับยีน GFP ที่อยู่ในพลาสมิต pET17b เมื่อได้โคลน PMI GFP ที่ต้องการแล้ว จึงได้นำไปแสดงออกในเซลล์อีโคไลชนิด BL 21 และทำการเปรียบเทียบความสามารถในการละลายของ PMI สายพันธุ์เดิมกับสายพันธุ์ที่ได้รับการตัดต่อโดยใช้ SDS PAGE เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนของ PMI ทั้งสองชนิดที่ถูกสร้างในส่วนที่ละลายน้ำได้ในเซลล์ (soluble fraction)แล้ว พบว่า GFP ช่วยให้ประสิทธิภาดการละลายของ PMI เพิ่มขึ้นจาก 1% เป็น 6% และทำให้ผลิตผลของโปรตีนเพิ่มขึ้นอีกด้วย