การเปรียบเทียบตรวจไวรัสอักเสบบี จากน้ำลายและเลือดด้วยวิธี ELISA และ PCR

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • นวลกันยา สถิรพงษะสุทธิ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ยง ภู่วรวรรณ

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

นักศึกษาระดับชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยมหิดล

ระดับการศึกษา

โครงงานวิทยาศาสตร์ในระดับการศึกษาปริญญาโทขึ้นไป

หมวดวิชา

โครงงานวิทยาศาสตร์ในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โรคไวรัสตับอักเสบ บี เป็นปัญหาที่สำคัญทางด้านสาธารณสุขของประเทศไทย Hepatitis B virus (HBV) สามารถติดต่อได้ง่าย เพราะสามารถพบเชื้อ HBV ในน้ำเลือด และ น้ำเหลืองได้ในปริมาณสูง นอกจากนี้ยังพบได้ในสิ่งคัดหลั่งต่าง ๆ เช่น น้ำลาย น้ำตา น้ำนม เป็นต้น ในปัจจุบัน การตรวจหาภาวะติดเชื้อ มักจะใช้ตัวอย่างที่เป็นเลือด ซึ่งมักจะมีปัญหาในการเจาะเลือดตรวจ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก น้ำลายสามารถเก็บได้ง่ายกว่า ดังนั้นในการทดลองนี้ จึงได้เลือกน้ำลายมาใช้เป็นตัวอย่างทดสอบแทนการใช้เลือด โดยใช้วิธี ELISA และ PCR ผลการทดลองพบว่า การตรวจหา HbsAg โดยวิธี ELSA ในตัวอย่างเลือดและน้ำลายจากผู้ป่วย 18 ราย พบว่าได้ผลบวก 14 ราย ผลลบ 4 ราย โดยให้ผลตรงกันทั้ง 2 กลุ่มตัวอย่าง ในขณะที่การตรวจหา HBV DNA โดยวิธี PCR 6/18 ได้ผลบวกทั้งในน้ำลายและเลือด เมื่อเปรียบเทียบการตรวจการติดเชื้อ HBV ทั้งสองวิธี พบว่า ELISA มีค่า accuracy 77.78% , specificity 50% และค่า sensitivity 100% เมื่อเปรียบเทียบกับวิธี PCR จากการทดลองนี้สามารถสรุปได้ว่า มีความเป็นไปได้ในการใช้น้ำลายมาเป็นตัวอย่างส่งตรวจหาการติดเชื้อ HBV แทนการใช้ตัวอย่างเลือดนอกจากนี้การตรวจหา HBV ในน้ำลายโดยวิธี PCR ยังพบว่า สามารถตรวจพบเชื้อไวรัสในน้ำลายได้ แม้จะพบได้น้อยกว่าเลือด แต่ก็เป็นข้อระวังถึงการติดต่อของ HBV ทางน้ำลาย อาจเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะในคนที่มีบาดแผลในปาก