การติดตามการเคลื่อนที่และการทับถมของทรายในบริเวณท่าเรือน้ำลึกจังหวัดสงขลา โดยการใช้เทคนิคติดตามรอยรังสี

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • วุฒินันททน์ แวมานะ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • วิรุฬห์ สายคณิต

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยสงขลานนครินทร์

ระดับการศึกษา

โครงงานวิทยาศาสตร์ในระดับการศึกษาปริญญาโทขึ้นไป

หมวดวิชา

โครงงานวิทยาศาสตร์ในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานนี้เป็นการศึกษาทิศทางการเคลื่อนที่ และการทับถมของทราย โดยได้จากเทคนิคการติดตามรอยรังสี (Radioactivity Tracer Technique) ในบริเวณท่าเรือน้ำลึกจังหวัดสงขลาโดยการใช้ตัวแกะรอยรังสี (lr 192) และนำผลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับผลที่ได้จากการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ สำหรับตำแหน่งที่ทำการทิ้งตัวแกะรอย มี 2 บริเวณคือ บริเวณที่ 1 ใกล้กับเขื่อน (พิกัด เส้นรุ้ง 7![^0](/latexrender/pictures/a25/a25ffb294dc6b205216b93c57a969824.gif) 13’ 53.683’’ , เส้นแวง 100![^0](/latexrender/pictures/a25/a25/a25ffb294dc6b205216b93c57a969824.gif) 35’ 3.112’’ ) และบริเวณที่ 2 ตรงปากทางเข้าท่าเรือ (พิกัด เส้นรุ้ง 7![^0](/latexrender/pictures/a25/a25/a25/a25ffb294dc6b205216b93c57a969824.gif) 13’ 53.432’’ , เส้นแวง100![^0](/latexrender/pictures/a25/a25/a25/a25/a25ffb294dc6b205216b93c57a969824.gif) 34’ 43.658’’) โดยได้ตำแหน่งนี้จากแบบจำลองการไหลของน้ำ (Hydrodynamic Modelling) และทำการวัดการกระจายของรังสีจากตัวแกะรอยโดยการใช้เรือลากหัววัดไปตามพื้นน้ำประมาณทุกๆ 1 เดือนจากวันที่ 25 พ.ย.2542 13มี.ค.2543 ในการเคลื่อนที่ของตะกอนจากบริเวณที่ 1 และบริเวณที่2 จะพบว่าดินตะกอนของแต่ละบริเวณมีทิศทางการเคลื่อนที่ไปในทิศทาง 333![^0](/latexrender/pictures/a25/a25/a25/a25/a25/a25ffb294dc6b205216b93c57a969824.gif) ระยะทาง 76 เมตรและ 162![^0](/latexrender/pictures/a25/a25/a25/a25/a25/a25/a25ffb294dc6b205216b93c57a969824.gif) ระยะทาง 5 เมตร จากจุดที่ทิ้งตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบกับแบบจำลองจะมีทิศทางไปในทิศ 321![^0](/latexrender/pictures/a25/a25/a25/a25/a25/a25/a25/a25ffb294dc6b205216b93c57a969824.gif) และ 68![^0](/latexrender/pictures/a25/a25/a25/a25/a25/a25/a25/a25/a25ffb294dc6b205216b93c57a969824.gif) ตามลำดับ สำหรับตัวอย่างดินตะกอนที่เก็บมาจากบริเวณที่ 1 (วันที่ 28 พ.ค. 2543) มี 3 ตัวอย่าง (ที่ใช้ในการวิเคราะห์ผลจริง)คือ หลอดที่ 1, 2 และ 3 เมื่อนำตัวอย่างตะกอนมาวัดปริมาณรังสีจาก lr 192 ที่ความลึกต่างๆจะพบว่า สำหรับบริเวณที่ 1 จะมีการกระจายตัวของตัวแกะรอยตลอดเนื้อตะกอนทั้ง 3 จุด จะมีความลึกสูงสุดที่จะพบตัวแกะรอยจากหลอดที่ 1 และหลอดที่ 2 คือ 17 ซม. และ 16 ซม. ตามลำดับ สำหรับหลอดที่ 3 ไม่สามรถหาได้เนื่องจากตัวอย่างตะกอนมีความลึกไม่เพียงพอ และเมื่อทำการเปรียบเทียบกับค่าที่ได้จากแบบจำลองการเคลื่อนที่ของทรายจะได้ความลึกของตะกอนคือ 15 ซม. ซึ่งพบว่ามีความผิดพลาดไป 13.33% และจะได้อัตราการทับถมตะกอนสำหรับบริเวณที่ 1 เฉลี่ย 32.75 ซม. ต่อปี หลังจากวัดตัวอย่างตะกอนของบริเวณที่ 1 แล้วเครื่องวัดรังสีแกมมาที่ใช้ในการตรวจวัดชำรุด ทำให้ไม่สามารถทำการวัดและวิเคราะห์ต่อไปได้