กินปลา "เป็นตัว" หรือกินน้ำมันปลา"เป็นเม็ด"

ผู้เขียน

สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์

เอกสารที่มา

หมอชาวบ้าน ปีที่ 34 ฉบับที่ 406 (กุมภาพันธ์ 2556) หน้า 10-18

หัวข้อ:

ปลา--แง่อนามัย, น้ำมันปลา--แง่อนามัย, กรดไขมันโอเมกา 3--น้ำมันปลา, ปลา-- แง่อนามัย--งานวิจัย, อาหารเสริม--น้ำมันปลา--แง่อนามัย, ปลา--การแปรรูป--แง่อนามัย, กรดไขมันโอเมก้า 3--แง่อนามัย, กรด

บทคัดย่อ

มนุษย์กินปลามาตั้งแต่โบราณ ประชากรที่กินปลามาก ลดโอกาสเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดโอกาสเป็นอัมพาต โดยเฉพาะในผู้หญิงและลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ปลา นอกจากจะมีน้ำมันปลา (โอเมก้า 3) ยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์อีกมาก เช่น วิตามินดี วิตามินบี ซิลิเนียม แคลเซียม อาเจนนีน กลูตามีน และกรดอะมิโน (โปรตีน) การกินปลาจึงได้ประโยชน์มากกว่าการกินไขมันปลา (เป็นเม็ด) การศึกษาเกี่ยวกับวิธีการกินปลาพบว่า การกินปลาทอด แซนด์วิชปลา เพิ่มโอกาสการเต้นผิดจังหวะรุนแรงของหัวใจห้องบน เพิ่มโอกาสหัวใจล้มเหลว และอัมพาตจากหลอดเลือดสมองตีบตัน ในประชากรสูงอายุ ในผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือน ส่วนการกินปลาอบหรือต้ม กลับลดโอกาสดังกล่าว การกินปลาให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพควร หลีกเลี่ยงการกินปลาทอด และกินปลาเป็นอาหารหลักอย่างน้อย 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ จะเป็นปลาทะเล หรือปลาน้ำจืดก็ได้